ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป วารสาร Engineering Today จะปรับโฉมใหม่เป็นรายสองเดือน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาในวารสารฯ ให้ครอบคลุมด้านวิศวกรรม ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)
วันพุธที่2
พฤศจิกายน. 2559

» เอคเซนเชอร์ชี้อนาคตธุรกิจไฟแข่งขันยาก หากไม่เร่งปรับตัวเข้าสู่ Smart Grid


กรุงเทพฯ : เอคเซนเชอร์ชี้ร้อยละ 45 ของผู้บริหารในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานที่ทำการสำรวจมาทั่วโลก (รวมถึงในประเทศไทย) ยอมรับว่ารูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าที่ใช้กันแบบเดิมนั้น ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันที่สำคัญรายงานวิจัยของเอคเซนเชอร์เรื่อง “โครงข่ายไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล” (Digitally Enabled Grid) ที่จัดทำเป็นครั้งที่ 3 ยังระบุว่า หากธุรกิจไฟฟ้ายังไม่ปรับรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับยุคใหม่ ที่คำนึงถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การกำกับดูแลด้านพลังงาน (Regulatory) และรูปแบบทางธุรกิจ (Business Model) อาจต้องพบกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ในเรื่องของความน่าเชื่อถือในด้านการจัดหาพลังงานและราคา

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงข่ายไฟฟ้าเป็นความท้าทายที่สำคัญของธุรกิจพลังงาน เอคเซนเชอร์ได้สัมภาษณ์ผู้บริหารในอุตสาหกรรม 85 คน ใน 18 ประเทศ พบว่า มากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 56) ของผู้บริหารเหล่านี้ คาดหมายว่า ภายในปีพ.ศ. 2563 ความผิดพร่องของโครงข่ายไฟฟ้า (grid faults) อาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีโครงข่ายที่กระจายไปใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในที่พักอาศัย เป็นต้น นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจที่พัฒนามากขึ้น อาจทำให้แหล่งกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Electricity Storage) กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ร้อยละ 32 ของผู้บริหาร ก็คาดว่านี่จะเป็นสาเหตุหนึ่งของความผิดพร่องในโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14 ในปีพ.ศ. 2556

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม เอคเซนเชอร์ได้พัฒนาแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เพื่อประเมินผลกระทบที่เป็นไปได้ จากการที่โครงข่ายไฟฟ้าต่างมีแหล่งกักเก็บพลังงานไว้ใช้มากขึ้น ซึ่งแสดงผลว่า ราคาของแหล่งกักเก็บพลังงานที่ถูกลง จะส่งผลดีทางเศรษฐกิจต่อการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในที่พักอาศัย ดังเช่นในประเทศเยอรมนี ที่ราคาการขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกลับเข้ามาในระบบโครงข่ายนั้น มีราคาต่ำกว่าราคาขายปลีก สำหรับที่อื่นเช่น ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีการเก็บค่าไฟในอัตราพิเศษในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง

ภากร สุริยาภิวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจพลังงานและทรัพยากร เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในขณะที่ผู้บริโภคลงทุนจัดหาแหล่งกักเก็บพลังงานมาใช้ในที่พักอาศัยของตน ซึ่งทำให้สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าที่สะสมไว้แทนที่จะซื้อจากโครงข่ายในช่วงที่ราคาและความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าจะประสบกับภาวะที่อุปสงค์และการใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายน้อยลง ส่งผลต่อปริมาณการใช้ทรัพยากรของโครงข่ายและรายได้ของธุรกิจเหล่านั้น

“เราเห็นว่าธุรกิจไฟฟ้ากำลังเรียนรู้จากประสบการณ์ในธุรกิจเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว นิยมนำเข้ามาใช้ในที่พักอาศัย แต่ยังขาดแนวทางจัดการการใช้พลังงานจากหลายแหล่งให้ผสมผสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังขาดการพัฒนาบริการเสริม เช่น การติดตั้ง การบำรุงรักษา และการจ่ายโหลดที่เหมาะสม เป็นต้น ซึ่งเปิดช่องว่างให้คู่แข่งใหม่เข้ามาในอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการธุรกิจไฟฟ้าต่างตระหนักว่า เซลล์แสงอาทิตย์และแหล่งกักเก็บพลังงาน ได้เข้ามาสร้างความสั่นคลอนทางธุรกิจ หากพวกเขาไม่รีบจัดการคุมเกมก่อน" ภากร กล่าว

ขณะที่ตลาดแหล่งกักเก็บพลังงานจะกลายเป็นสนามแข่งขันที่เข้มข้นในเวลาอันรวดเร็ว แต่ผู้บริหารธุรกิจไฟฟ้าก็ไม่ได้ยึดติดอยู่กับสนามเดียว ในอีก 5 ปีข้างหน้า ร้อยละ 66 ของผู้บริหารคาดการณ์ว่าการแข่งขันจะทวีความรุนแรงขึ้น เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ในปีพ.ศ. 2556 ที่สัดส่วนร้อยละ 48 นอกจากนี้ ผู้บริหารกว่าร้อยละ 77 กำลังวางแผนลงทุนหรือได้ลงทุนไปแล้วในโซลูชั่นเกี่ยวกับแหล่งกักเก็บพลังงานเพื่อรองรับตลาดช่วง 10 ปีข้างหน้า

"แหล่งกักเก็บพลังงานนั้นอาจกระตุ้นให้เกิดการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กเพิ่มขึ้นโดยใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกันก็มีศักยภาพช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของโครงข่ายไฟฟ้าได้ด้วย หากมีการใช้แหล่งกักเก็บพลังงานทั่วทั้งโครงข่าย จะสามารถลดข้อบกพร่องอันเกิดจากการนำส่งไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนออกไปยังโครงข่าย นอกจากนั้น แบบจำลองทำให้เราพบว่า เครือข่ายแหล่งกักเก็บพลังงานขนาดเล็กนั้น ส่งผลต่อการลดกำลังกระแสไฟส่งออกจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ตามที่พักอาศัย ไปยังโครงข่ายได้ถึงร้อยละ 50" ภากรกล่าว

ส่วนการลงทุนในโซลูชั่นเพื่อการกักเก็บพลังงานเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้แก่กิจการไฟฟ้า โดยร้อยละ 47 ของผู้บริหารที่ทำแบบสำรวจ คาดว่ารายได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือเพิ่มได้มาก จากการลงทุนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จนถึงปีพ.ศ. 2573 ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ในอีก 5 ปีนับจากนี้ ร้อยละ 49 ของผู้บริหารก็คาดว่าจะสามารถให้บริการเกี่ยวกับแหล่งกักเก็บระดับโครงข่ายได้ และร้อยละ 30 เห็นว่ามีแนวโน้มจะให้บริการเกี่ยวกับแหล่งกักเก็บพลังงานสำหรับที่พักอาศัย เช่น บริการด้านการบำรุงรักษาต่างๆ เป็นต้น

“การที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการใช้แหล่งกักเก็บพลังงานให้ได้อย่างเต็มที่นั้น กิจการไฟฟ้าจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทในการจัดจำหน่าย เนื่องจากมีการใช้โครงข่ายแบบเดิมมากว่า 30 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม กิจการส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีเพียงร้อยละ 15 ของผู้บริหารกิจการนี้ทั่วโลก และร้อยละ 29 ในยุโรป ที่ยอมรับว่าได้เริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรแล้ว” ภากร กล่าว

ปัจจุบันมาตรการการกำกับดูแลถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ดังนั้น จึงต้องทำงานร่วมมือกับผู้ออกนโยบายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านและรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารเชื่อว่ากฎเกณฑ์ 3 เรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงนั้น ได้แก่ รูปแบบการจัดเก็บภาษีและตั้งราคา ร้อยละ 84 บทบาทที่มากขึ้นของกิจการจำหน่ายไฟฟ้าในการอนุญาตและให้สิทธิการเชื่อมต่อเพื่อใช้ทรัพยากร ร้อยละ 66 และสิทธิพิเศษสำหรับการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในโครงข่ายร้อยละ 64 เพื่อพัฒนาโครงข่ายด้วยระบบดิจิทัล

"เราคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดในระดับพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงการใช้กลไกของตลาดที่แข่งขันให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพลังงานและจำหน่ายไฟฟ้าก็จำเป็นต้องพัฒนาสมรรถนะให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ร่วมมือกับหน่วยงานกำกับเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม และลงทุนในโซลูชั่นต่าง ๆ อย่างมียุทธศาสตร์ อันจะช่วยสนับสนุนโครงข่ายไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล และมีแหล่งพลังงานกระจายตัวออกไป สร้างทางเลือกและคุณค่าใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” ภากร กล่าว

ในส่วนของประเทศไทย ทั้ง Regulator และธุรกิจไฟฟ้าได้มีการปรับรูปแบบธุรกิจแล้ว โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้พัฒนาโครงข่ายดิจิทัลที่เมืองพัทยา ด้วยเงินลงทุนราว 1,000 ล้านบาท ครอบคลุม 1.2 แสนครัวเรือน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปีหน้า

Main


ข่าวใหม่

•  เทรนด์ ไมโครเผยภัย Cyber Propaganda และ Ransomware ยังคุกคามองค์กรอย่างต่อเนื่อง  [21 มิ.ย. 2560]

•  สภาวิศวกร จับมือสภาสถาปนิก ออกโรงกรณีรถไฟไทย-จีน ย้ำจุดยืนให้วิศวกร- สถาปนิกจีนยื่นขอใบอนุญาต  [21 มิ.ย. 2560]

•  ฟูจิ ซีร็อกซ์ ฉลองครบรอบ 50 ปี จัดงานใหญ่ DocuWorld 2017 โชว์ที่สุดแห่งนวัตกรรมทางธุรกิจในยุคดิจิทัล [20 มิ.ย. 2560]

•  GPSC คว้า 3 รางวัล จาก“คอปอร์เรต กอฟเวอร์แนนซ์ ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2017” [20 มิ.ย. 2560]

•  Asia IoT Business Platform ครั้งที่ 13 ปฏิรูปวงการดิจิทัลของธุรกิจและองค์กรในไทยตามแนวทาง Thailand 4.0 [14 มิ.ย. 2560]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260