ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป วารสาร Engineering Today จะปรับโฉมใหม่เป็นรายสองเดือน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาในวารสารฯ ให้ครอบคลุมด้านวิศวกรรม ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)
วันจันทร์ที่26
มิถุนายน 2560

» กรอ.ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมฯ ชี้แจงเหตุนักศึกษา-พนักงานซีพีเอฟเสียชีวิตในบ่อบำบัดน้ำเสีย


กรุงเทพฯ - 26 มิถุนายน 2560 : กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์เสียชีวิตที่บ่อระบบบำบัดน้ำเสียภายในโรงงาน บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการฆ่าและชำแหละสัตว์ปีก หลังจากที่ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าว ได้ออกคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการทันที 30 วันเฉพาะส่วนของบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ได้เดินหน้าเตรียมออกมาตรการคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยภายในโรงงานทั่วประเทศ


ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร นายกสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)

มงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังและเจ้าหน้าที่โรงงานผลัดตกบ่อระบบบำบัดน้ำเสีย เสียชีวิต 5 ราย ภายในบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่ ถ.บางนา-ตราด 20 ต.บางนา อ.บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงงานประกอบกิจการฆ่าและชำแหละสัตว์ปีก หลังจากเกิดเหตุการณ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงานอย่างเร่งด่วนหลังเกิดเหตุดังกล่าว พบว่าเหตุการณ์เกิดจากนักศึกษาสัตวแพทย์ที่มาดูงานตกลงไปในบ่ออับอากาศแล้วมีการลงไปช่วยเหลือโดยไม่มีความรู้และเกิดอาการตกใจจึงกระโดดลงไปช่วยแล้วขาดอากาศหายใจ จึงทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตถึง 5 ราย เป็นนักศึกษาสัตวแพทย์ดูงาน 1 ราย เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมโรงงาน 1 ราย และคนงานโรงงาน 3 ราย

"เบื้องต้นจากการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุนั้นพบว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นเกรอะรวบรวมน้ำที่เตรียมบำบัด น้ำเสียที่แยกไขมันออกแล้ว ก่อนเข้าสู่ระบบบำบัดแบบตะกอนเร่ง (Activated Sludge) มีขนาด 3x4 เมตร ลึก 2.5 เมตร เป็นบ่ออับอากาศ มีป้ายไม่อนุญาตให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในบริเวณนั้น แม้ว่าในวันเกิดเหตุนั้นมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมของโรงงานที่เพิ่งทำงานเพียง 6 เดือนอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุด้วย แต่อาจจะไม่มีความรู้ความชำนาญมากพอและอาจจะเกิดจากความประมาทในการเข้าไปในพื้นที่จึงทำให้เกิดเหตุสลดจนมีผู้เสียชีวิต 5 รายดังกล่าวขึ้น" อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าว มงคล กล่าวต่อว่า จากการที่เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มาตรวจสอบในบ่อบำบัดน้ำเสียแล้วเก็บตัวอย่าง

น้ำดังกล่าวมาตรวจแล้วพบค่าออกซิเจน 21 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณก๊าซแอมโมเนียอยู่ในระดับ 42 ppm และก๊าซไข่เน่าหรือก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ อยู่ที่ระดับ 11 ppm โดยปริมาณที่ตรวจพบก๊าซทั้งสองตัวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายกับคน อยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปตรวจสอบหลังเกิดเหตุ 5 ชั่วโมง อาจทำให้ค่าก๊าซ และอากาศเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากมีการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก่อนอาจจะทำให้น้ำเสียเพิ่มความเข้มข้นของปริมาณค่าต่างๆ ได้


จุดเกิดเหตุที่คร่าชีวิตนักศึกษาและพนักงานซีพีเอฟ

"โดยทั่วไป บ่อบำบัดน้ำเสียภายในโรงงานจะต้องปิดฝามิดชิด แต่ต้องตรวจสอบว่าโรงงานมีเหตุผลใดที่เปิดฝาไว้ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ในวันเกิดเหตุ เวลา 07.00-08.00 น. ฝาบ่อปิด ซึ่งไม่ทราบว่าหลังจากนั้นมีใครเข้าไปในพื้นที่หรือไม่ ประกอบกับจุดดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด ขอให้ทางตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเบื้องต้นมีคำสั่งให้ปิดบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน และจะตรวจสอบบุคคลากรที่เกี่ยวข้องว่ามีความผิดหรือไม่" มงคล กล่าว

ขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ออกคำสั่งมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ให้โรงงานหยุดประกอบกิจการทันที 30 วันเฉพาะส่วนของบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อ ปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ตามแผนประจำปีกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีแผนการตรวจโรงงานปีละประมาณ 10,000 โรงงาน ส่วนอุตสาหกรรมจังหวัดมีแผนการตรวจปีละประมาณ 25,000 โรงงาน จากโรงงานที่มีทั้งหมด 140,000 โรงงานทั่วประเทศ ดังนั้นแผนของกระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีการตรวจโรงงานตามปกติอยู่แล้วปีละ 35,000 โรงงาน แต่หากมีกรณีร้องเรียนหรือกรณีเกิดเหตุที่เป็นข่าวทางกรมโรงงานก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานเป็นกรณีพิเศษ ตามกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมดูแล คือ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และหากตรวจพบว่ามีความผิดเกิดขึ้นจะมีโทษสูงสุด คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ด้านดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร นายกสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และอุปนายกสภาวิศวกรคนที่สอง กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นที่อับอากาศ มีก๊าซไข่เน่าซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้ปริมาณก๊าซไข่เก่าที่ปลอดภัยอยู่ที่ 10 ส่วนใน 1ล้านส่วน แต่หากมีปริมาณ 50 ส่วน นั้น คนจะทนได้ไม่เกิน 10 นาที แต่หากมี 100 ส่วน จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตทันที

สำหรับกรณีนี้ผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือเช่นนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในสถานที่ มีชุดอุปกรณ์ป้องกันทั้งระบบหายใจ ประดาน้ำต่างๆ ที่ปลอดภัยเพื่อเผชิญเหตุได้ทันท่วงที ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะลงไปช่วยเหลือ แต่ทราบว่าเหตุดังกล่าวเป็นเหตุไม่คาดคิดจึงจำเป็นต้องเผชิญเหตุเฉพาะหน้าทำให้เกิดเหตุสลดขึ้น

"อยากฝากข้อแนะนำแก่ทางเจ้าของโรงงานทุกๆ โรงงานว่า ทางโรงงานควรมีวิศวกรผู้ควบคุมโรงงานที่มีองค์ความรู้และความพร้อม รวมทั้งมีอุปกรณ์สื่อสารและป้องกันให้ครบถ้วน และเข้าช่วยเหลือทันท่วงที โดยจะต้องมีการเตรียมมาตรการป้องกันการเกิดเหตุฉุกเฉินตั้งแต่วางแผนสร้างอาคารและบ่อบำบัดน้ำเสียไว้เสมอ โดยต้องเปิดช่องเข้า-ออก กว้างใหญ่เพียงพอ ให้สามารถช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงทีต่อเหตุการณ์ในทุกๆ กรณี ขณะที่ ฝาบ่อควรมีกุญแจล็อคให้มิดชิด ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ควรเข้าไปในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ควรมีป้ายแสดงบ่งชี้พื้นที่ “อันตราย ห้ามเข้า”อย่างชัดเจนในพื้นที่อันตรายภายในโรงงานไม่ใช่แค่พื้นที่บ่อบำน้ำเสียเท่านั้น และควรมีการตรวจโรงงานที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ทุกโรงงานเพื่อเป็นการล้อมคอกไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต" นายกสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กล่าว

Main


ข่าวใหม่

•  สมอ. แถลงผลการดำเนินงานรอบ 10 เดือน มุ่งสู่นโยบาย Thailand 4.0 [24 ก.ค. 2560]

•  เคทีซีจัดกิจกรรม “เคทีซีส่งภาษามือ...ชวนน้องเรียนรู้วิถีแห่งสติ” [20 ก.ค. 2560]

•  Intelligent Warehouse 2017 นิทรรศการแห่งเทคโนโลยีคลังสินค้า  [19 ก.ค. 2560]

•  เชลล์แนะนำน้ำมันหล่อลื่นนวัตกรรมใหม่ป้อนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก [14 ก.ค. 2560]

•  INTERLINK MID YEAR SALE 2017 [14 ก.ค. 2560]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260