พบกับวารสาร Engineering Today ในรูปแบบ Hard Copy ตามงานแสดงสินค้าชั้นนำต่างๆ และรูปแบบของ E-Magazine ได้ที่ ookbee จะติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันเสาร์ที่9
กันยายน 2560

» จับตาแผ่นดินไหวเม็กซิโกกับเมืองใหญ่ทั่วไทย นักวิจัยย้ำไทยต้องศึกษาธรณีวิทยา ลดการสูญเสีย


นักวิจัยทีมแผ่นดินไหว ประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ตั้งข้อสังเกตธรณีพิโรธที่ประเทศเม็กซิโก โชคดีที่สึนามิมีขนาดเล็กเพราะแผ่นดินไหวเกิดค่อนข้างลึก พร้อมเปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อนเช่นกัน ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของคลื่นแผ่นดินไหวและสร้างความเสียหายแก่ตึกสูง ย้ำต้องศึกษาธรณีวิทยาเมืองใหญ่ของไทยเพื่อประเมินผลกระทบให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด


Cr ภาพ : pantip

ผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ นักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลฝั่งตะวันตกของประเทศเม็กซิโก ส่งผลให้ประชาชนรับรู้ได้เป็นบริเวณกว้าง และสร้างความเสียหายในหลายเมืองรอบ ๆ ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ว่าทางสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 5 แสนคนตามเมืองรอบศูนย์กลางแผ่นดินไหว และยังมีรายงานการเกิดคลื่นสึนามิจากการเกิดแผ่นดินไหว อันเนื่องมาจากรอยเลื่อนทำให้เกิดการเลื่อนตัวในแนวดิ่งของพื้นทะเลสร้างคลื่นสึนามิขึ้น แต่เป็นความโชคดีที่แผ่นดินไหวเกิดค่อนข้างลึกประมาณ 70 กิโลเมตร คลื่นสึนามิจึงมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยมีรายงานตรวจพบคลื่นสึนามิที่มีความสูงคลื่นเพียงประมาณ 70 เซนติเมตร จึงทำให้เกิดความเสียหายต่อชุมชนตามชายฝั่งค่อนข้างน้อย

แม้ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะอยู่ห่างจากกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เกือบ 1,000 กิโลเมตร แต่ประชาชนในเมืองนี้ยังรับรู้การสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากส่วนหนึ่งของเมืองนี้ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อนมากที่เกิดจากทะเลสาบเก่า ทำให้สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้หลายเท่า ทั้งนี้ในปี ค.ศ. 1985 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ห่างเมืองหลวงไปประมาณ 350 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมาก แต่เกิดการขยายคลื่นแผ่นดินไหวเนื่องจากชั้นดินอ่อนข้างใต้และความถี่ธรรมชาติของการสั่นของพื้นดินเท่ากับความถี่ธรรมชาติของอาคาร อาคารที่มีความสูงกว่า 10 ชั้นจึงสั่นอย่างรุนแรงและพังลงมาในที่สุด

ในประเทศไทยเคยมีกรณีคล้ายกันโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย เนื่องจากในบริเวณนี้พื้นที่ส่วนมากมีดินเหนียวที่เกิดจากการสะสมตัวในสภาพชายฝั่งทะเลในอดีตซึ่งนิ่มมาก ซึ่งเรียกว่าชั้นดินเหนียวกรุงเทพฯ ประกอบกับกรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นแอ่งขนาดใหญ่ลึกกว่า 1 กิโลเมตร มีตะกอน (ดิน) สะสมตัวหนามาก ทำให้สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ 3-4 เท่า และอาคารสูงสั่นอย่างรุนแรงได้ สังเกตได้จากเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดค่อนข้างใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ที่อยู่อาศัยในตึกสูงจะรู้สึกว่าอาคารสั่นแทบทุกครั้ง

นอกจากนี้ยังพบว่าหลายเมืองใหญ่ของประเทศไทยมีลักษณะทางธรณีวิทยาคล้ายกับกรุงเทพฯ นั่นคือมีลักษณะเป็นแอ่งตะกอนขนาดใหญ่ที่สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้เช่นกัน แต่ยังขาดการศึกษาอย่างละเอียด จึงจำเป็นต้องศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยาของเมืองใหญ่เหล่านี้ เพื่อให้สามารถประเมินผลกระทบจากแผ่นดินไหวได้อย่างถูกต้องและเกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

Main


ข่าวใหม่

•  เอปสันตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดอิงค์แท็งค์และโปรเจคเตอร์ ปูพรมสินค้าใหม่กว่า 10 รุ่น รุกตลาดองค์กรธุรกิจครึ่งปีหลัง [21 ก.ย. 3103]

•  กฟภ. ขานรับนโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เดินหน้าประกาศความพร้อมการจัดงาน Thailand Lighting Fair 2017 [22 ก.ย. 2560]

•  รองนายกรัฐมนตรีตรวจสอบความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ และอาคารประกอบ คืบหน้ามากกว่าร้อยละ ๙๕  [22 ก.ย. 2560]

•  อรูบ้าพัฒนาชุดผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ให้องค์กรวิเคราะห์ตรวจจับการโจมตีภัยออนไลน์แบบ 360 องศาและตอบโต้ได้ทันท่วงที  [21 ก.ย. 2560]

•  เมโทรซิสเต็มส์ฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายนวัตกรรมสุดล้ำ “HP Jet Fusion 3D Printing” แห่งแรกในไทย [21 ก.ย. 2560]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260