พบกับวารสาร Engineering Today ในรูปแบบ Hard Copy ตามงานแสดงสินค้าชั้นนำต่างๆ และรูปแบบของ E-Magazine ได้ที่ ookbee จะติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่14
พฤศจิกายน. 2560

» สภาวิศวกรเผยความเสี่ยงของแผงกั้นรถยนต์ 4 ประเภท พร้อมเสนอ 3 มาตรการเร่งแก้ปัญหารีบด่วน


จากเหตุรถยนต์ประสบอุบัติเหตุตกลงมาจากอาคารจอดรถภายในซอยไผ่สิงโต ถ.พระราม 4 จนมีผู้บาดเจ็บ 1 รายนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร ได้นำคณะผู้ชำนาญการสาขาโยธาสภาวิศวกร ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผลการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า โครงสร้างแผนกั้นรถยนต์มีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น (Cantilever wall) ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความหนา 10 ซม. เสริมด้วยเหล็กตะแกรงชั้นเดียว เป็นเหล็กเส้นกลมขนาด 9 มม. วัดกำลังอัดของคอนกรีตได้ประมาณ 240-280 กิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร และมีความสูงของแผงประมาณ 1.0 ม.

สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุเนื่องจาก แผงกั้นไม่สามารถต้านแรงกระแทกได้ ซึ่งอาจะเกิดจาก 1. แรงกระแทกมากเกินไปซึ่งเกิดจากการเร่งเครื่องยนต์ของผู้ขับขี่เอง และ 2. แผงกั้นอาจไม่ได้มาตรฐานในด้านความแข็งแรงต่อแรงกระแทก ซึ่งจากข้อมูลทางโครงสร้างและภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิด จะทำให้ทราบความเร็วที่รถวิ่งเข้าปะทะ และคำนวณแรงกระแทกได้

ศ.ดร. อมร พิมานมาศ เปิดเผยว่าปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารยังไม่ได้กำหนดค่าแรงกระแทกที่ใช้ในการออกแบบแผงกั้นรถยนต์ จึงทำให้อาคารจอดรถยนต์จำนวนมากในประเทศไทยไม่มีมาตรฐานและอาจไม่แข็งแรงพอ โดยสำหรับอาคารจอดรถในประเทศไทย สามารถจัดกลุ่มแผงกั้นรถยนต์ที่มีความเสี่ยงอันตรายไว้ 4 ประเภทได้แก่ 1.แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กที่ออกแบบไม่ได้มาตรฐาน เช่น ผนังบางเกินไป หรือ เหล็กเสริมน้อยเกินไป 2. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังอิฐมอญ หรือ อิฐบล็อก หรืออิฐมวลเบาที่ไม่ได้เสริมเหล็ก 3. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ที่ใช้จุดยึดเชื่อมต่อเพียงแค่ 2-3 ตำแหน่ง และ 4. แผงกั้นรถยนต์ชนิดเส้นหรือตาข่ายโลหะที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนดหรือไม่ผ่านการทดสอบ

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เปิดเผยต่อว่าในต่างประเทศ เช่นประเทศออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ได้มีการออกมาตรฐานมาตรฐาน AS/NZS2890.1 ซึ่งกำหนดว่าแผงกั้นรถยนต์ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 1.3 ม. และต้องออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกได้อย่างน้อยเท่ากับ 3 ตันสำหรับแผงกั้นทั่วไป และ 24 ตันสำหรับแผงกั้นที่ปลายทางวิ่งที่มีระยะทางเกิน 20 ม. และที่มีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะภายในอาคาร

สำหรับปัญหารถยนต์ตกอาคารเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก เนื่องจากกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ภายในอาคาร ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงเสนอให้ภาครัฐดำเนินการ 3 มาตรการดังนี้
1. กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกกฎกระทรวงหรือกฎหมายอื่นภายใต้ พรบ. ควบคุมอาคาร ระบุให้อาคารต้องออกแบบแผงกั้นรถยนต์รับแรงกระแทกจากรถยนต์ (โดยระบุค่าแรงกระแทกที่ใช้ออกแบบ)
2. สภาวิชาชีพ/สมาคมวิชาชีพ/หน่วยงานรัฐ เร่งออกมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์ตกตามมาตรฐานในต่างประเทศ
3. หน่วยงานท้องถิ่น เช่น กทม. สุ่มตรวจความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ในอาคารต่างๆที่อยู่ภายในท้องที่ของตัวเอง

Main


ข่าวใหม่

•  ซันโย เอส.เอ็ม.ไอ. วางใจให้ซิสโก้ ติดตั้งโซลูชั่น IoT บนเครือข่ายเครื่องทำความเย็น ตรวจสอบการทำงานแบบเรียลไทม์  [15 พ.ย. 2560]

•  Thailand Economic Outlook 2018 : An Era of Business Transformation  [15 พ.ย. 2560]

•  Solvay Performance Polyamides ขึ้นราคา Technyl® Polyamide Compound ในเอเชีย [14 พ.ย. 2560]

•  สภาวิศวกรเผยความเสี่ยงของแผงกั้นรถยนต์ 4 ประเภท พร้อมเสนอ 3 มาตรการเร่งแก้ปัญหารีบด่วน [14 พ.ย. 2560]

•  นักวิจัยชี้ “โจ บอยสเก๊าท์” หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง เหตุหัวใจวายเฉียบพลัน-แนะผู้มีอายุตั้งแต่ 35ปีขึ้นไป ตรวจคลื่นไฟฟ้าทุกปี [13 พ.ย. 2560]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260