พบกับวารสาร Engineering Today ในรูปแบบ Hard Copy ตามงานแสดงสินค้าชั้นนำต่างๆ และรูปแบบของ E-Magazine ได้ที่ ookbee จะติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่28
พฤศจิกายน. 2560

» รพ.จุฬาฯ ประกาศความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว จัดอบรมไปแล้วกว่า 15 โรงพยาบาล


โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว ระบุช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้ถึง 70-80% พร้อมเดินหน้าตอบรับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดันให้จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวภายในโรงพยาบาลหลักทั่วประเทศไทย ภายใต้โครงการ “Heart Connect” จัดอบรมองค์ความรู้สำหรับการจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย เบื้องต้นจัดอบรมในโรงพยาบาลไปแล้วกว่า 15 แห่ง โดยได้รับเกียรติจากนพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ห้องประชุม 200 ชั้น 13 อาคาคภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากากชาดไทย

ศ. นพ. วิชัย เบญจชลมาศ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภาวะหัวใจล้มเหลว คือ ภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ตามที่ต้องการ จากผลกระทบของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วโรคความดันโลหิตสูง และ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ เป็นต้น นับเป็นภัยเงียบที่ใกล้ตัวของคนไทยในช่วงวัยสูงอายุ รวมถึงวัยทำงานที่มักพบกับสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับความเร่งรีบ จนอาจละเลยการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอและมีความเครียดสูง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจจนนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้ทั้งสิ้น โดยคาดว่าจำนวน 1 ใน 5 ของประชากรไทยจะมีผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแฝงอยู่ โดยผู้ป่วยจำนวนกว่า 50% มักจะเสียชีวิตภายใน 5 ปี ภายหลังจากตรวจพบอาการภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวจำนวน 1 ใน 4 ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลด้วยภาวะน้ำท่วมปอดภายใน 30 วันแรกหลังออกจากโรงพยาบาล และประมาณ 50% ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำภายใน 6 เดือน

ผศ.พญ.ศริญญา ภูวนันท์ หัวหน้าคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว และ หัวหน้าอนุสาขาวิชาภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตระหนักถึงความสำคัญของภาวะหัวใจล้มเหลวในสังคม จึงได้จัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure Clinic) ขึ้นในปี 2555 โดยมีพันธกิจในการรักษาผู้ป่วยอย่างละเอียดและใกล้ชิด เพื่อลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิต พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะล้มเหลวให้แก่ผู้ป่วยด้วย 5 ขั้นตอนการตรวจเช็คผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวของคลินิกฯ ดังนี้ คือ
1) การเดินบนพื้นราบ 6 นาที (6-Minute Walk Test) เพื่อประเมินความสามารถและสมรรถนะการออกกำลังของผู้ป่วย
2) การตรวจเช็คการรับประทานยาของผู้ป่วย เพื่อตรวจเช็คการรับประทานยาที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ
3) การตรวจเช็คสมุดจดน้ำหนัก เพื่อตรวจสอบว่าผู้ป่วยมีน้ำหนักขึ้นเร็วหรือไม่ อาทิ การมีน้ำหนักขึ้นมากกว่า 2 กิโลกรัม ภายใน 2 วัน เนื่องจากน้ำหนักเป็นข้อมูลสำคัญในการบ่งบอกถึงภาวะน้ำคั่ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจไม่สามารถบีบตัวหรือปั๊มเลือดได้เพียงพอ ดังนั้นผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน
4) การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินการตรวจร่างกาย การวินิจฉัยและให้การรักษา
5) การรับคำแนะนำเพื่อการดูแลตนเอง โดยพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคต้นเหตุ พร้อมสอนวิธีการปฏิบัติตัว ได้แก่ การชั่งน้ำหนักทุกวันเพื่อดูภาวะน้ำคั่ง การตรวจเช็คตัวเองเพื่อทราบว่าเมื่อใดควรต้องมาพบแพทย์ทันที การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การตรวจเพิ่มเติมพิเศษ การมาตามนัด และ ติดตามอาการของผู้ป่วยที่บ้านอย่างใกล้ชิดรวมถึงเป็นผู้ประสานระหว่างแพทย์และผู้ป่วย

ในส่วนของนักโภชนาการ จะให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคโซเดียมในอาหารและประกอบอาหาร ไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน และน้ำไม่เกินกี่ลิตร รวมถึงสอนการอ่านฉลากเพื่อควบคุมปริมาณโซเดียมในร่างกาย ขณะที่เภสัชกร จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยา ความสำคัญของยา และ ตรวจสอบการรับประทานยาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่มีการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ จะมีการตรวจเช็คเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจในบางราย และมีพยาบาลประสานงาน สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง

“เรามีประสบการณ์มา 5 ปี ต้องโค้ชและให้องค์ความรู้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ สามารถจัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้ตามความเหมาะสมและตอบรับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการผลักเนให้จัดตั้งคลีนิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวภายในโรงพยาบาลหลักทั่วประเทศไทย ” ผศ.พญ.ศริญญา กล่าว

นพ. สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ และรองหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภายหลังการดำเนินงานมาตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี คลินิกฯ ภาวะหัวใจล้มเหลว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ พบว่าสถิติผู้ป่วยที่ได้เข้ารับการรักษาจำนวนกว่า 70% - 80 % เป็นเพศชาย และหากแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามช่วงอายุโดยไม่แบ่งเพศก็จะเห็นได้ว่ามีผู้ป่วยในช่วงอายุระหว่าง 45-55 ปีมากที่สุด ซึ่งจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดมีอายุน้อยกว่า 45 ปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ในผู้ป่วยอายุน้อยมาจากผลกระทบของโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ขณะที่สาเหตุภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยสูงอายุมาจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งนี้จากการรักษาหรือดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมและใกล้ชิดของคลินิกฯ นั้นสามารถช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวของผู้ป่วยได้มากถึง 80%

นพ. เอกราช อริยะชัยพาณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า สำหรับโรคหัวใจวาย จะมีอาการเจ็บหนจ้าอก ส่วนโรคหัวใจล้มเหลว จะมีอาการเหนื่อย และแน่น สุดท้ายหัวใจบีบตัวได้น้อยมาก ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ในช่วง5 ปีที่ผ้านมา อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉลี่ยปีละ 10 % โดยปีล่าสุด มีผู้เสียชีวิตประมาณ 70,000 ราย คิดเป็นอันดับสอง รองจากโรคมะเร็ง

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ริเริ่มนโยบายผลักดันให้จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวภายในโรงพยาบาลหลักทั่วประเทศไทยในปี 2559 โดยมุ่งลดอัตราเพิ่มการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว อีกทั้งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการจัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวได้อย่างเหมาะสม จึงมีความตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันนโยบายฯ ให้กลายเป็นจริงและก่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยผ่านการจัดตั้งโครงการ “Heart Connect” ด้วยการเปิดอบรมขยายองค์ความรู้ในการจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการอบรมไปแล้วกว่า 15 โรงพยาบาล อาทิ รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.ชลบุรี รพ. พิจิตร รพ. พระนครศรีอยุธยา และ รพ. พระปกเกล้าจันทบุรี เป็นต้น

โดยโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่เข้าร่วมการอบรมต่างประสบความสำเร็จในการจัดตั้งคลินิก การนำไปพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ป่วยเป็นอย่างดี ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเครือข่ายรับส่งตัวผู้ป่วยอาการหนักจากโรงพยาบาลเครือข่ายและโรงพยาบาลรอบนอกในการรับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นสูง เช่น การผ่าตัดปลูกถ่าย (เปลี่ยน) หัวใจ หรือการฝังเครื่องพยุงหัวใจเทียมชนิดถาวร (Left Ventricular Assist Device) หรือการให้ยากระตุ้นหัวใจที่บ้าน (Home Inotrope Program)

“ความโดดเด่นในการจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวของจุฬาฯ คือ ความร่วมมือร่วมใจและความสามัคคีในการทำงานร่วมกันของทีมงานต่างๆ อีกทั้งการที่โรงพยาบาลตั้งในโรงเรียนแพทย์ซึ่งให้ความรู้งานวิจัย พร้อมกับการดูแลคนไข้ ทำให้เกิดประโยชน์ในทุกๆฝ่าย และการที่โรงพยาบาลอยู่ในเครือสภากาชาดไทย สามารถให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยสำหรับผู้ป่วยยากไร้ โดยไม่หวังผลตอบแทน” นพ. เอกราช กล่าว

Main


ข่าวใหม่

•  อินเตอร์ลิ้งค์วางใจให้ซีเมนส์ผลิตรถไฟฟ้าอัตโนมัติ APM สำหรับขนส่งผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ [15 ธ.ค. 2560]

•  บีเอเอสเอฟเปิดโรงงานสีพ่นเคลือบยานยนต์แห่งใหม่ในไทย ชูจุดเด่นเป็นแห่งแรกในอาเซียนที่ผลิตสีพ่นเคลือบทั้ง 2 ประเภท  [15 ธ.ค. 2560]

•  บี.กริม เพาเวอร์ คว้า 3 รางวัลระดับโลก [12 ธ.ค. 2560]

•  แลนเซสส์ (LANXESS) เผยยอดขายทั่วโลกในไตรมาส 3 ของปี 2560 เพิ่มขึ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ [12 ธ.ค. 2560]

•  งาน ZONTA SAYS NO TO VIOLENCE AGAINST WOMEN ประจำปี 2560  [6 ธ.ค. 2560]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260