พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันจันทร์ที่14
พฤษภาคม 2561

» กระทรวงอุต ฯ ลงพื้นที่เยี่ยม 2 โรงงานภาคเหนือ ชูโครงการ OPOAI ลดต้นทุน -ยกระดับอุตฯ แปรรูปอาหาร รับ Industry 4.0


สำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยพรเทพ การศัพท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมสถานประกอบการ ภาคเหนือ 2 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ OPOAI ปี 2560 และมีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice ประกอบด้วย บริษัท โอเมกา 3.6.9 แอนด์ไลโคปีน จำกัด ดำเนินธุรกิจน้ำมันจากพืชหรือเมล็ดพืช ตั้งอยู่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และบริษัท มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตผักและผลไม้กระป๋องที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชี้โครงการ OPOAI ช่วยบริษัทโอเมกา ลดต้นทุนกว่า 5,000,000 บาท/ปี ขณะที่มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร ลดต้นทุนสูงเกือบ 9,000,000 บาท/ปี

พรเทพ การศัพท์ (กลาง) ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท โอเมกา 3.6.9 แอนด์ ไลโคปีน จำกัด

โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค OPOAI 4.0 (One Province One Agro-Industrial Product) ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศโดยดึงศักยภาพของวัตถุดิบในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในเรื่องการก้าวสู่ Thailand 4.0 ที่จะสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21

พรเทพ การศัพท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการ OPOAI เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 จนถึงปี พ.ศ. 2561 เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว โดยในปีพ.ศ.2560 ได้จัดทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่านแผนงาน 7 ด้าน ประกอบด้วย 1. แผนงานการบริการจัดการโลจิสติกส์ 2. แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3. แผนการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน 4. แผนการลดต้นทุนพลังงาน 5. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล 6. แผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด และ 7. แผนการบริหารจัดการด้านการเงิน ซึ่งการทำงานของทีมที่ปรึกษาจะเข้าไปศึกษาข้อมูลของสถานประกอบการจากคณะผู้บริหารของสถานประกอบการ เพื่อดูว่าสมควรที่เข้าพัฒนาในแผนงานไหนมากที่สุด เมื่อได้ข้อสรุปทางทีมที่ปรึกษาจะมีแผนการดำเนินงานให้ปฏิบัติจริง และติดตามผลพร้อมทั้งคำปรึกษาเป็นระยะๆ รวมระยะเวลาในการปฏิบัติงานโดยประมาณ 4-6 เดือน จึงจะเสร็จสิ้นโครงการ

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในปี พ.ศ. 2560 ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการในระยะเวลา 1 ปี สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สถานประกอบการโดยสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 459 ล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับวงเงินงบประมาณที่ใช้ในการพัฒนา 40 ล้านบาท ให้ผลประโยชน์มากถึง 11.48 เท่าของวงเงินงบประมาณ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ 171 ราย เฉลี่ยได้แล้วแต่ละรายสามารถลดต้นทุนเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มได้เฉลี่ยรายละ 2.45 ล้านบาท ทั้งนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 จนถึงปี พ.ศ. 2560 สามารถลดต้นทุนเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสถานประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 4,914 ล้านบาทจากวงเงินงบประมาณรวมทั้งหมดที่ได้รับ 394.60 ล้านบาท ให้ผลประโยชน์มากถึง 12.45 เท่าของวงเงินงบประมาณมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 1,505 ราย เฉลี่ยได้แล้วแต่ละรายสามารถลดต้นทุนเพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้เฉลี่ย 3.27 ล้านบาท

ดร.วิชัย ใจวิสุทธิ์หรรษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเมกา 3.6.9 แอนด์ ไลโคปีน จำกัด กล่าวว่า ด้วยความที่เป็นคนพื้นเพจังหวัดกำแพงเพชร จึงมีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการปลูกถั่วอินคา จึงได้ไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการผลิตอาหารแปรรูปประเภทอาหารเสริม เมื่อศึกษามีความรู้แล้ว ในปี พ.ศ. 2555 จึงได้จัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตอาหารเสริม ORGANOID ผลิตน้ำมัน โอเมกา 3.6.9 จากถั่วดาวอินคา โดยใช้วัตถุดิบจากพื้นที่ในจังหวัดกำแพงเพชร และพื้นที่ใกล้เคียงด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท จำหน่ายผลิตภัณฑ์ร้อยละ 90 และรับจ้างผลิต ร้อยละ 10 มียอดขาย 10 ล้านบาทต่อปีในปี 2560 แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 97% ต่างประเทศ 3%

ในปีพ.ศ.2560 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ OPOAI โดยการคัดเลือกจากอุตสาหกรรมจังหวัดตาก จำนวน 2 แผนงาน มีอาจารย์จรินทร์ ทองรัตนรักษา เป็นที่ปรึกษาโครงการ ประกอบด้วย แผนงานที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จากการวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทฯ พบว่าพนักงานคัดแยกเมล็ดถั่วดาวอินคา มีปัญหาเรื่องความสูงของโต๊ะคัดแยก ซึ่งได้แก้ไขโดยให้มีการเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้ที่สามารถปรับระดับความสูงได้ และมีการนำเครื่องเขย่าร่อนเมล็ดถั่วดาวอินคา เพื่อลดเวลาในการคัดแยกเมล็ด นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องจักรที่ใช้ในการบีบอัดน้ำมันเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ จึงได้ทำการเปลี่ยนมาใช้ไฮโครลิคขนาดเล็กแทน เพื่อลดปัญหาเครื่องจักรหยุด โดยในแผนงานที่ 2 นี้ บริษัทฯ สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้สถานประกอบการได้ 94,080 บาท/ปี

แผนงานที่ 6 กลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด (Best Practice) จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า บริษัทฯ ยังไม่มีการจัดทำแผนการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม และยังไม่มีแผนการพัฒนาทีมขาย ยังไม่มีการจัดทำแผนการตลาดภายในประเทศ และยังไม่มีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้กับลูกค้าเป้าหมาย จากปัญหาดังกล่าว ได้มีการแผนปฏิบัติการทางการตลาด จำนวน 4 แผนงาน เช่น การเปิดโชว์รูมที่เอเชียทีค มีการจัดทำคลิปสั้น 3 คลิปเพื่อสร้างการรับรู้ มีการเปิดตลาดกับลูกค้ากลุ่มคลินิคเสริมความงาม ทำให้สามารถได้ลูกค้า OEM ใหม่ 1 ราย มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีการติดต่อลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้ไปโชว์ผลิตภัณฑ์ในที่ต่างๆ 4 แห่ง ซึ่งจากกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมา ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มยอดขายได้ 100% ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากการดำเนินโครงการทั้ง 2 แผนงาน สามารถลดต้นทุนคิดเป็นมูลค่า 5,094,080 บาท/ปี

ด้านวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยโรงงานตั้งอยู่ศูนย์กลางของพื้นที่เพาะปลูก ที่มีความหลากหลายของวัตถุดิบผักและผลไม้ต่าง ๆ ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการเพาะปลูกในพื้นที่ของเราเอง และทำสัญญาการเพาะปลูกกับเกษตรกรในพื้นที่ (Contract Farming) เพื่อจัดหาวัตถุดิบป้อนเข้าโรงงานได้อย่างสม่ำเสมอ ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับความเป็นผู้นำในการเป็นผู้ผลิตผักและผลไม้กระป๋อง โดยการจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้า โดยบริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน BRC จากประเทศอังกฤษ, เกรดเอ GMP และ HACCP บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตผักผลไม้กระป๋องที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ซื้อทั่วโลก มาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ OPOAI ประจำปี 2560 โดยการคัดเลือกจากอุตสาหกรรมจังหวัดตากใน 2 แผนงาน มีอาจารย์พัฒนพงศ์ เพ็งจันทร์ เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ประกอบด้วย

แผนงานที่ 1 การบริหารจัดการโลจิสติกส์ (Best Practice) ได้มีการปรับปรุงน้ำหนักในการบรรจุกระป๋อง โดยปรับน้ำหนักให้ได้ตามมาตรฐานทั่วไป 1825-1875 g/กระป๋อง มีการปรับลดสัดส่วนการถือครองสารปรุงแต่ง น้ำตาลและเกลือ โดยปรับการสั่งซื้อและจัดเก็บให้เหมาะสมกับความต้องการ และเรื่องสุดท้ายมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดวางและขนย้ายกระป๋อง เพื่อลดการบุบของกระป๋อง ซึ่งจากการดำเนินงานทั้งหมด คิดเป็นความสูญเสียที่ลดลงและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน 3,864,684 บาท/ปี

แผนงานที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปรับลดการสูญเสียข้าวโพดหวาน จากการตัดหัวข้าวโพด พบว่าการตัดหัวข้าวโพดหวานเป็นขั้นตอนแรกในการควบคุมเรื่อง Yield ของวัตถุดิบซึ่งมีผลต่อต้นทุนของสินค้า การตัดหัวที่มากเกินไปคือการสูญเสียเมล็ดข้าวโพด นอกจากนี้ ยังลดการสูญเสียข้าวโพดหวาน จากการตัดเมล็ด ซึ่งปัญหาเกิดจากระบบการทำงานของเครื่องจักร ประกอบด้วย บู๊ตจานมีดหลวม สปริงออโตขาด/หย่อน ลูกยาง Roll Feed สึก ใบมีดแกว่ง และใบมีดไม่คม ได้ทำการปรับปรุงการทำงานของเครื่องจักร ตั้งค่ามาตรฐานต่างๆ และมีการลับใบมีดอยู่เสมอ จากการดำเนินงานสามารถความสูญเสียที่ลดลงและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน 5,026,560 บาทต่อปี จากการดำเนินโครงการทั้ง 2 แผนงานสามารถลดต้นทุนมูลค่า 8,891,244 บาท/ปี

“OPOAI 60 มิติของความสำเร็จ นอกจากที่จะวัดจากมูลค่าที่ได้จากการทำแผนงานแล้ว การสร้างทีมงานและกระบวนการคิดวิเคราะห์เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถนำไปสร้างแผนงานอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของสถานประกอบการ ด้วยตนเองในโอกาสต่อไป” วิศิษฐ์ กล่าว

สำหรับในปีงบประมาณ 2561 มีสถานประกอบการ SME อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการจำนวน 120 ราย 120 แผนงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการให้คำปรึกษากับสถานประกอบการ พรเทพ กล่าวทิ้งท้าย

Main


ข่าวใหม่

•  เชลล์เผยผลการศึกษาแบบจำลอง “Sky Scenario” ในประเทศไทย [10 ส.ค. 2561]

•  ดีป้าผนึกยักษ์ใหญ่วงการสตาร์ทอัพ ฮับบา-เทคสตาร์ส จัดงานแฮคกาธอน ในงานดิจิทัลบิ๊กแบง 2018  [9 ส.ค. 2561]

•  เอ็นไอเอ เร่งติดเครื่อง “เมืองนวัตกรรม” เปิด 8 แพลทฟอร์มพัฒนาเมืองสุดล้ำ คาดเริ่มใช้จริงช่วงกลางปี 62 [7 ส.ค. 2561]

•  การเพิ่มความรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ไทยแลนด์ 4.0 [7 ส.ค. 2561]

•  นักศึกษาไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับสองการแข่งขันหุ่นยนต์อัตโนมัติ รายการ IARRC 2018 แคนาดา [7 ส.ค. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260