พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันจันทร์ที่4
มิถุนายน 2561

» เคมีวิเคราะห์เพื่อนวัตกรรมทางการตรวจวัดของอาจารย์ จุฬาฯ คว้ารางวัลผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2560 ด้านวิชาการ


สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนนักวิทย์ รั้วจามจุรี พัฒนาเทคนิคเคมีวิเคราะห์เพื่อนวัตกรรมทางการตรวจวัดรูปใหม่ที่ใช้วัสดุระดับนาโน ใช้งานง่าย ราคาถูก ประยุกต์ใช้ได้ทั้งการแพทย์และสิ่งแวดล้อม เอสซีจี-ซิลิคอน คราฟท์-ปตท. ต่อยอดพาณิชย์ทำเซนเซอร์ ไวรัสตับบีและโรคฉี่หนู และวัดปรอทในท่อแก๊ส

ศาสตราจารย์ ดร. อรวรรณ ชัยลภากุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการ องค์ความรู้ใหม่ทางเคมีวิเคราะห์เพื่อนวัตกรรมทางการตรวจวัด กล่าวถึงการพัฒนาการวิเคราะห์แบบใหม่สำหรับการประยุกต์ที่หลากหลาย มีสภาพไวสูง ใช้งานง่าย ขนาดเล็ก ราคาถูก และตรวจวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่างานที่พัฒนาขึ้นนำไปใช้กับการตรวจวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยด้านอาหาร การตรวจสอบดูแลสภาพสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม และการตรวจวินิจฉัยหรือการเฝ้าระวังการเกิดโรค จนได้รับเลือกเป็นผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2560 ด้านวิชาการ

ปัจจุบันการพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ที่มีสภาพไวสูงสำหรับการตรวจวัดสารปนเปื้อนในอาหาร เช่น ซัลโฟนาไมด์ พาราเบน สารพิษ โลหะหนัก รวมถึงสารบ่งชี้ทางชีวภาพ เช่น สารบ่งชี้โรคมะเร็ง โปรตีน ดีเอ็นเอ นั้นเป็นโจทย์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ เทคนิคทั่วไปที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์สารเหล่านี้ ได้แก่ วิธีตรวจวัดเชิงสีและสารเรืองแสง ซึ่งมีข้อจำกัดคือ ขาดความแม่นยำในการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ทำให้เกิดความผิดพลาดในการตรวจวัดได้ ส่วนเทคนิคเอนไซม์ลิงค์อิมมูโนซอร์บแบนท์เอสเสย์ที่นิยมใช้ตรวจวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ มีราคาแพง ใช้เวลาวิเคราะห์นาน และมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก คณะวิจัยจึงได้พัฒนาระบบแบบใหม่ โดยค้นคว้าและพัฒนาวัสดุนาโนชนิดต่าง ๆ ได้แก่ โลหะ โลหะออกไซด์ กราฟีน และนาโนคอมโพสิท นำมาใช้สร้างเซนเซอร์ทางเคมีไฟฟ้าแบบใหม่สำหรับการตรวจวิเคราะห์

อุปกรณ์ของไหลจุลภาคฐานกระดาษเป็นแนวคิดที่ต่อยอดมาจากชุดทดสอบกระดาษแบบดั้งเดิม ข้อดีของชุดทดสอบกระดาษแบบดั้งเดิมและการใช้ระบบของไหลที่มีศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยโรค คือ สามารถตรวจวัดสารหลายชนิดได้ในคราวเดียว ใช้งานง่าย พกพาได้ ใช้สารตัวอย่างน้อย และตรวจวัดได้อย่างรวดเร็วเมื่อนำมาใช้ร่วมกับเทคนิคทางเคมีไฟฟ้าและเทคนิคเชิงสีเพื่อลดข้อจำกัดของวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ยังประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อการตรวจวัดสารเคมีและสารชีวภาพในสิ่งแวดล้อม การแพทย์ และเภสัชกรรม โดยระบบของไหลมีจุดเด่นคือเป็นระบบขนาดไมโครเมตร ทำให้ใช้สารปริมาณน้อย ใช้เวลาวิเคราะห์สั้น ให้การตรวจวิเคราะห์ที่มีคุณภาพและพกพาได้ ระบบของไหลจึงเป็นวิธีทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจทางการแพทย์ เนื่องจากมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นอุปกรณ์ตรวจวัด ณ จุดดูแลผู้ป่วย ทำให้การคัดกรองผู้ป่วยทำได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น ราคาไม่แพง ดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงสนใจพัฒนาระบบของไหลอย่างง่ายสำหรับการประยุกต์ทางการแพทย์ และต่อยอดในการประยุกต์ระบบของไหลที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างชุดตรวจวัดที่สามารถใช้งานนอกห้องปฎิบัติการได้

สุดท้ายเป็นการพัฒนาระบบของไหลสำหรับการตรวจวิเคราะห์ด้านเคมีและชีวเคมีแบบอัตโนมัติ ใช้งานง่าย สะดวก ลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารพิษโดยตรง เพื่อตรวจวัดสารสำคัญต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์หาปริมาณโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม เช่น ตะกั่ว แคดเมียม นิกเกิล และวิเคราะห์หาปริมาณพาราเซตามอลในตัวอย่างยา เป็นต้น นอกจากนี้ การออกแบบอุปกรณ์ฐานกระดาษยังสามารถทำได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การใช้เครื่องพิมพ์สกรีนแว็กซ์และการจุ่มแวกซ์ เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่มีความโดดเด่นในแง่ของราคาที่ถูก สามารถทำได้ง่าย และสามารถผลิตในปริมาณที่มากได้

“โครงการวิจัยดังกล่าวมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติจำนวน 30 เรื่อง และยังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเชิงอุตสหกรรมที่จะนำไปต่อยอด เพื่อเป็นแนวทางนำร่องสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงพาณิชย์ต่อไป เช่น การสร้างความร่วมมือกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาต้นแบบเซนเซอร์เคมีไฟฟ้า และร่วมมือกับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) พัฒนาระบบการตรวจวัดปรอทในท่อแก๊ส เพื่อใช้เป็นแนวคิดในการแก้ปัญหาทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่วมมือกับบริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาต่อยอดและผลิตเป็นเซนเซอร์พร้อมใช้งานสำหรับตรวจวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพโรคไวรัสตับบีและโรคฉี่หนู เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและราคาไม่แพง ซึ่งถือได้ว่าการค้นพบองค์ความรู้ใหม่จากผลงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ทั้งสำหรับคนไทยและนานาชาติ ทั้งในแง่ของการพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” ศาสตราจารย์ ดร. อรวรรณ กล่าวสรุป

Main


ข่าวใหม่

•  สวทช. หนุน SME งานเชื่อมไทยในพื้นที่ EEC ปรับตัวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยนวัตกรรมและการยกระดับงานเชื่อม [22 มิ.ย. 2561]

•  ช.การช่าง หนุน “สตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2018” ดันสตาร์ทอัพหน้าใหม่ยกระดับก่อสร้างไทย [22 มิ.ย. 2561]

•  ระบบโครงสร้างฐานราก “ใครว่าไม่สำคัญ” [22 มิ.ย. 2561]

•  L&E จับมือ มจธ. วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าแสงสว่าง หนุนภาคอุตสาหกรรมแสงสว่างไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ [21 มิ.ย. 2561]

•  SingularityU Thailand Summit ครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับงานสัมมนาด้านนวัตกรรมระดับโลก  [21 มิ.ย. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260