พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพุธที่1
สิงหาคม 2561

» คุณเพียงฤทัย ศิวารัตน์ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด “ ทุ่มเกินร้อยกับทุกโอกาสที่ได้รับ”


คุณเพียงฤทัย ศิวารัตน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงงานโคราช
บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด “ ทุ่มเกินร้อยกับทุกโอกาสที่ได้รับ”

ในบรรดาผู้บริหารหญิงของไทยที่มีบทบาทสำคัญในองค์กรชั้นนำข้ามชาติ ชื่อของคุณเพียงฤทัย ศิวารัตน์ ถือได้ว่าโดดเด่นอยู่ในอันดับแถวหน้าของไทย ด้วยเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกในบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงงานโคราช ซึ่งเป็นฐานการผลิตฮาร์ดไดรฟ์ของซีเกทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยผลิตนาโนทรานสดิวเซอร์ (Nano Transducer) ประกอบชุดหัวอ่าน-เขียน (Read/Write Pack) และประกอบฮาร์ดไดร์ฟ (Hard Drive Assembly) ตลอดจนมีพนักงานประมาณ 14,000 คน นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยอีกหนึ่งตำแหน่ง ในปี พ.ศ.2560 แสดงให้เห็นถึงความสามารถชนิดที่หาตัวจับได้ยากของผู้หญิงคนนี้ได้เป็นอย่างดี

ปี’60 รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมการผลิต จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)

คุณเพียงฤทัยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส อาร์ลิงตัน (University of Texas at Arlington) ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยผลงานที่โดดเด่นทางวิชาชีพและการบริหารจัดการจนเป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิศวกรรม การผลิต) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560 สร้างความปลื้มปีติให้กับคุณเพียงฤทัยและครอบครัวตลอดจนผู้บริหาร เพื่อนร่วมงานและพนักงานซีเกทเป็นอันมาก ณ จุดนี้ คุณเพียงฤทัยขอขอบคุณซีเกทที่เปิดโอกาสให้ได้เข้ามายืนตรงจุดๆ นี้ จึงทำให้ตนเองได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศผ่านทางโครงการเพื่อสังคมต่างๆ อันเป็นนโยบายหลักของซีเกท ตลอดจนโครงการความร่วมมือด้านงานวิจัยกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ

จากความผิดพลาด กลับเป็นโอกาสของชีวิต

คุณเพียงฤทัย เล่าว่า เป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งตั้งแต่เด็ก คุณพ่อจึงหมายมั่นปั้นมือให้ศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์เพื่อประกอบอาชีพแพทย์ แต่เกิดจุดพลิกผันในช่วงที่สอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเนื่องจากทำคะแนนวิชาชีววิทยาได้ไม่ค่อยดี จึงเอนทรานซ์ติดอันดับ 5 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่แทน ซึ่งขณะนั้นไม่มีความคิดที่จะเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์เลย อีกทั้งทางบ้าน โดยเฉพาะคุณพ่อเป็นห่วงว่าเป็นผู้หญิงไปเรียนไกลบ้านที่ต่างจังหวัด ส่วนตัวคุณเพียงฤทัยมีความคุ้นเคยกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นอย่างดี เนื่องจากพื้นเพเดิมเกิดที่จังหวัดปัตตานี ก่อนที่ครอบครัวจะโยกย้ายมาตั้งรกรากที่กรุงเทพฯ จึงตัดสินใจลองลงเรียนในเทอมแรก ปรากฏว่าทุกวิชาที่เรียนใช่และชอบไปทั้งหมดจึงตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โดยเลือกเรียนสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าตามความประสงค์ของคุณพ่อ

“เทอมแรกที่เรียนวิศวฯ มอ. คิดว่าจะต้องสอบเอนทรานซ์ใหม่แน่นอน พอเข้าไปเรียนใช่เลย อะไรๆก็ใช่ ชอบไปหมด ปกติชอบเลขอยู่แล้ว จึงนับว่าความผิดพลาดนำมาซึ่งโอกาสของชีวิต จึงกลับไปบอกที่บ้านว่าน่าจะเรียนที่นี่เพราะชอบและ โชคดีที่ได้พักในหอพักมีนักศึกษาจำนวนมากรวมทั้งบรรดานักศึกษาแพทย์ ขณะนั้น ดิฉันมองว่าถ้าเราไปเรียนแพทย์อาจจะ ไม่ไหว ถึงแม้ว่าการเรียนแพทย์จะสนุกและได้มีโอกาสทำบุญทุกวัน จึงได้เรียนปรึกษาคุณพ่อและคุณแม่ว่าจะขอเรียนที่นี่ สุดท้ายคุณพ่อตกลงแต่ให้สัญญาว่าจะไม่เรียนสาขาโยธาและเหมืองแร่ เพราะเป็นผู้หญิงจะไม่สะดวกเวลาออกงานภาคสนาม และให้ศึกษาต่อจนจบปริญญาโท”

ข้อดีของการเรียนหนังสือที่ต่างจังหวัดทำให้ทุกคนรู้จักกันทั้งหมด มีเพื่อนต่างคณะทั้งคณะเภสัช เกษตร และบัญชี ต่างจากการเรียนที่กรุงเทพฯ ช่วงเวลานั้นมีความสุขมากและเห็นว่าเป็นโอกาส จึงลงเรียนสาขาไฟฟ้าทั้ง 2 สาขา คือ ไฟฟ้ากำลังและสื่อสาร ทำให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ประเทศไทย) (หรือใบกว.) ถึง 2 ใบ โดยที่ในรุ่นมีผู้หญิงเพียง 17 คนจากทั้งหมด 240 คน และมีนักศึกษาที่สามารถจบการศึกษาภายในระยะเวลา 4 ปี เพียง 80 คนเท่านั้น เนื่องจากเรียนยากพอสมควร และแน่นอนว่าคุณเพียงฤทัยเป็น 1 ใน 80 คนนั้น

ทำงานซีเกทเพื่อปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมอเมริกัน ก่อนเรียนต่อปริญญาโท

ในสมัยนั้นจะมีบริษัทใหญ่อย่าง บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และเครือเจริญโภคภัณฑ์มาเปิดรับสมัครงานถึงมหาวิทยาลัยฯ เพื่อว่าจ้างงานผู้ที่สำเร็จการศึกษาในต่างจังหวัด แต่คุณเพียงฤทัยติดสัญญาใจกับคุณพ่อว่าจะต้องศึกษาต่อในระดับปริญญาโท จึงเลือกสมัครงานในตำแหน่งวิศวกร ที่บริษัท คณิตเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เพราะบริษัทฯตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพ ซึ่งตนเองต้องเตรียมความพร้อมเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ ที่บริษัทแห่งนี้ คุณเพียงฤทัยได้มีโอกาสเรียนรู้งานในหลายด้านอีกทั้งลักษณะงานก็น่าสนใจ โดยได้รับมอบหมายทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาประเมินสายไฟในโครงการต่าง ๆ และยังทำหน้าที่เป็นวิศวกรฝ่ายขายอุปกรณ์ด้วย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี โดยใช้เวลาเรียนรู้งานประมาณ 4 เดือน การทำงานที่ จึงได้ย้ายมาทำงานในตำแหน่งวิศวกรที่บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2530 ก่อนที่จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาตามที่ตั้งใจไว้

“ตอนที่ทางซีเกทเรียกตัวให้ไปร่วมงาน เรามีความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อปริญญาโทอยู่แล้ว ถ้าเข้าทำงานซีเกทเพื่อปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมอเมริกันก่อนไปเรียนต่อปริญญาโทก็น่าจะช่วยปูทางในการทำงานที่ดี การมาเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งวิศวกรที่นี่สนุกมากเพราะบริษัทซีเกทว่าจ้างวิศวกรจำนวนมาก ขณะนั้นมีการหมุนเวียนการทำงานภายในแผนกของวิศวกร (Engineer Rotation) โดยผลัดกันเดินทางไปเรียนรู้ที่สหรัฐอเมริกาคนละ 1 เดือน พอเข้ามาทำงานได้เพียง 4 เดือนก็ได้รับโอกาสในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แต่เนื่องจากดิฉันรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ที่ต้องดูแลต่อเนื่อง จาก 1 เดือนจึงกลายเป็น 6 เดือน ก็วิตกกังวลกลัวว่าจะไม่สามารถไปเรียนต่อปริญญาโทตามกำหนดการที่วางไว้ได้ เพราะที่สหรัฐอเมริกาเปิดการเรียน การสอนเป็นเทอม กลับมาจึงบอกผู้บริหารว่าจะขอทำงานอีก 1 ปี แล้วขอลาออกไปเรียนต่อปริญญาโท”

ใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี จบปริญญาโทตามที่สัญญากับคุณพ่อ

คุณเพียงฤทัย เลือกเรียนต่อปริญญาโท สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ที่มหาวิทยาลัยเทกซัส อาร์ลิงตัน (University of Texas at Arlington) ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากทำคะแนนได้ดีมาก คือ 100 คะแนนเต็ม จึงได้ทุนจากมหาวิทยาลัย ใน ช่วงนั้นจึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยสอน (Teaching Assistant) รับหน้าที่หลายบทบาททั้งเป็นนักศึกษาปริญญาโท สอนการบ้านนักศึกษาปริญญาตรี และไปสอนบางคาบเรียนหากอาจารย์ต้องไปสัมมนา รวมทั้งช่วยตรวจข้อสอบและคุมสอบ ซึ่งได้รับประสบการณ์ที่ดีและหลากหลายมาก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปีกับ 6 เดือน จึงเรียนจบ และคว้าปริญญาโทสมดังที่ตั้งใจให้สัญญาไว้กับคุณพ่อ

รับตำแหน่งผู้อำนวยการด้วยวัยเพียง 33 ปี ทุบสถิติอายุน้อยที่สุดเท่าที่ซีเกทมีมา

จากนั้นคุณเพียงฤทัยได้พกพาความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนภาษาอังกฤษมาต่อยอดการทำงาน โดยกลับเข้ามาทำงานที่บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด อีกครั้งในตำแหน่ง Lead Engineer มีทีมดูแล 2-3 คน รับผิดชอบงานด้านวิศวอุตสาหการที่มุ่งเน้นด้านไฟฟ้า อาทิ วางแผน Capacity ของโรงงาน ภาพรวมกระบวนการ และ Process Flow ต่อมาย้ายไปทำซิกซ์ ซิกม่า (Six Sigma) ซึ่งนับเป็นซิกซ์ ซิกม่ารุ่นแรกของซีเกทและสนุกกับการทำงานที่ซีเกทมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 30 ปี ด้วยความที่เป็นคนขยันทำงานมาก มุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ มีความช่างสังเกต ใฝ่รู้ในสิ่งต่าง ๆ รอบด้าน ทำให้มีผลงานที่โดดเด่น อีกทั้งซีเกทก็เปิดโอกาสให้แสดงผลงานจึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งหลายต่อหลายครั้ง โดยได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการด้วยวัยเพียง 33 ปี ซึ่งขณะนั้นถือได้ว่ามีอายุน้อยที่สุดของซีเกทเท่าที่มีมา จากนั้นก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญๆ ทางด้านการบริหารหลายตำแหน่งทั้งที่โรงงานเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการและโรงงานโคราช จังหวัดนครราชสีมา

Soft Skill สำคัญและท้าทายต่อผู้บริหารมาก

ผลจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ และทุ่มเทกับงานและองค์กรอันเป็นที่รักทำให้ในปี พ.ศ. 2554 คุณเพียงฤทัยได้รับ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงงานโคราช ขึ้นแท่นผู้บริหารหญิงคนแรกของซีเกทที่ได้รับ ความไว้วางใจให้รับผิดชอบการดำเนินงานและการผลิตทั้งหมดของโรงงานโคราช ซึ่งเป็นฐานการผลิตฮาร์ดไดร์ฟของซีเกทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพนักงานภายใต้การดูแลประมาณ 14,000 คน และในปี พ.ศ. 2560 ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาการทำงาน คุณเพียงฤทัยได้นำตรรกะมาประยุกต์ใช้ ทำให้เข้าใจภาพรวมการทำงานเป็นอย่างดี และให้ความสำคัญกับ Soft Skill เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหาร

“การเป็นวิศวกรสอนอะไรดิฉันมากมาย สอนให้มีตรรกะที่ดี ตลอดจนเรียนรู้ว่าโลกนี้ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด แต่สุดท้ายความรู้ที่มีทำให้เราเข้าใจภาพใหญ่คือตรรกะ การทำงานให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากซีเกทเป็นองค์กรใหญ่จึงต้องมีการทำงานเป็นทีม เพราะงานของซีเกทไม่ได้ทำสำเร็จด้วยคนเดียว ต้องทำร่วมกันหลายแผนก ยิ่งเติบโตเป็นผู้บริหารจะรู้ว่า Soft Skill มีความสำคัญมาก ความรู้ทางด้านเทคนิคนั้นหาได้ แต่ Soft Skill อาจจะเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดได้และต้องมีการปรับปรุงตลอดเวลา เนื่องจากบุคลากรที่จะมาดีลงานกับเรานั้นไม่เหมือนกัน คนนั้นต้องพูดแบบนี้ คนนี้ต้องพูดแบบนั้น ดังนั้น Soft Skill จึงมีความสำคัญและเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก”

ครอบครัวและคู่ชีวิตเป็นเสมือนลมใต้ปีก ที่ทำให้ประสบความสำเร็จในวันนี้

กล่าวได้ว่า พื้นฐานครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญ ในวัยเด็ก การมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ตลอดจนการให้อิสระในการเลือกประกอบอาชีพจากคุณพ่อและคุณแม่ช่วยหล่อหลอมคุณเพียงฤทัยให้มีบุคลิกภาพเช่นทุกวันนี้ ในที่ทำงาน คุณเพียงฤทัยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดี นอกจากนี้ การที่สามีทำงานในสายงานด้านวิศวกรรมเช่นเดียวกัน ก็ทำให้เธอมีที่ปรึกษาในด้านการทำงาน เป็นทั้งพี่ชายและเพื่อนในเวลาเดียวกัน นับว่าคุณเพียงฤทัยสามารถสร้างความสมดุลในการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

ถึงวันนี้คุณเพียงฤทัย มีความสุขและสนุกกับการทำงานทั้งในฐานะผู้จัดการประจำประเทศไทยและรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงงานโคราช บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และพร้อมจะทำงานให้ดีที่สุดให้สมกับโอกาสสำคัญที่ได้รับ

Main


ข่าวใหม่

•  เชลล์เผยผลการศึกษาแบบจำลอง “Sky Scenario” ในประเทศไทย [10 ส.ค. 2561]

•  ดีป้าผนึกยักษ์ใหญ่วงการสตาร์ทอัพ ฮับบา-เทคสตาร์ส จัดงานแฮคกาธอน ในงานดิจิทัลบิ๊กแบง 2018  [9 ส.ค. 2561]

•  เอ็นไอเอ เร่งติดเครื่อง “เมืองนวัตกรรม” เปิด 8 แพลทฟอร์มพัฒนาเมืองสุดล้ำ คาดเริ่มใช้จริงช่วงกลางปี 62 [7 ส.ค. 2561]

•  การเพิ่มความรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ไทยแลนด์ 4.0 [7 ส.ค. 2561]

•  นักศึกษาไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับสองการแข่งขันหุ่นยนต์อัตโนมัติ รายการ IARRC 2018 แคนาดา [7 ส.ค. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260