พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพฤหัสบดีที่13
กันยายน 2561

» ซีบรา เทคโนโลยีส์ เผยเทรนด์ในปี 10 ปีข้างหน้า พัสดุกว่า 50% จะถูกจัดส่งภายใน 2 ชั่วโมง


กรุงเทพฯ : บริษัท ซีบรา เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา เครื่องสแกนบาร์โค้ด และเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์และบริการเพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นข้อมูลทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ เผยผลสำรวจในหัวข้อ The Future of Fulfillment Vision Study (Asia-Pacific Edition) หรือ “เทรนด์ในอนาคตของบริการ Fulfillment” ซึ่งเป็นงานสำรวจที่มุ่งวิเคราะห์ว่าบริษัทผู้ผลิต บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ (T&L) และธุรกิจค้าปลีกกำลังเตรียมตัวอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจแบบ On-demand โดยรวบรวมสิ่งที่ผู้นำธุรกิจและองค์กรกำลังมองหาในอีก 5 ปีข้างหน้ามารวบรวมไว้ในรายงานนี้

ข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ) รายงานว่าในปีค.ศ. 2020 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 5.6 พันล้านบาท การเติบโตที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้ส่งผลให้ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัว โดยผลสำรวจของซีบราพบว่า ธุรกิจค้าปลีกจำเป็นต้องขยายศูนย์ Fulfillment Center ให้มากขึ้นในขณะที่บริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ 10 ปีต่อจากนี้ไปจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของหลายภาคธุรกิจ

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการปฏิบัติงานที่ธุรกิจค้าปลีกต้องการให้เกิดขึ้นโดย 7 ใน 10 ของผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจเห็นด้วยว่า จะมีผู้ค้าปลีกจำนวนมากขึ้นที่เปลี่ยนร้านค้าให้กลายเป็น fulfillment center ที่สามารถรองรับการคืนสินค้า ภายในปี 2023 ร้อยละ 99 ของร้านค้าปลีกวางแผนที่จะให้บริการแบบสั่งซื้อออนไลน์และรับของที่ร้านเพื่อให้การบริการ Fulfillment มีความคล่องตัวมากขึ้น

มร. ทาน อิ๊ก จิน ผู้จัดการธุรกิจ Vertical Solutions บริษัท ซีบรา เทคโนโลยีส์ เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า ด้วยแรงผลักดันจากเหล่านักช้อปที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและเชื่อมต่อการสื่อสารอยู่ตลอดเวลา ผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และบริษัทโลจิสติกส์จึงร่วมมือกันและแลกเปลี่ยนบทบาทในรูปแบบที่ไม่มีมาก่อนเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้ซื้อในด้านการจัดส่งสินค้าผ่าน Omni-channel จากการศึกษาวิจัยในหัวข้อ Future of Fulfillment Vision Study ของซีบราพบว่า 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิกเห็นว่า อีคอมเมิร์ซกำลังเป็นตัวขับเคลื่อนให้มีการส่งมอบที่เร็วขึ้น เพื่อตอบสนองแนวโน้มดังกล่าว บริษัทต่าง ๆ กำลังหันไปใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Analytics เพื่อนำระบบอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ระบบที่ช่วยในการมองเห็นสินค้า และ Business Intelligence เทคโนโลยีสำหรับการรวบรวมข้อมูล จัดเก็บ วิเคราะห์ และสรุปภาพรวมของข้อมูลทางธุรกิจในหลายมิติ ไปใช้ในซัพพลายเชนเพื่อแข่งขันในระบบเศรษฐกิจแบบ On-demand ตามความต้องการของผู้ซื้อ

จากผลสำรวจของซีบรา พบว่า 67% ของบริษัทโลจิสติกส์คาดการณ์ว่าภายในปีค.ศ. 2023 จะสามารถจัดส่งพัสดุถึงที่หมายภายในวันเดียวกันได้ และ 55% คาดว่าภายในปีค.ศ. 2028 จะสามารถให้บริการจัดส่งพัสดุได้ถึงที่หมายภายในสองชั่วโมง นอกจากนี้ 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะใช้บริการจัดส่งแบบ Crowdsourced Delivery หรือเครือข่ายผู้ขับขี่ที่เลือกให้บริการตามคำสั่งซื้อบางรายการภายในปีค.ศ. 2028

สำหรับขั้นตอนในการรับคืนสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจค้าปลีกและบริษัทโลจิสติกส์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 93 % ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นพ้องกันว่า การรับและจัดการการคืนสินค้ายังคงเป็นเรื่องท้าทาย กระบวนการการรับคืนสินค้าในหลายธุรกิจยังมีข้อบกพร่องและต้องการการพัฒนา ปัจจุบัน 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นธุรกิจค้าปลีกคิดค่าบริการเพิ่มกรณีคืนสินค้า และ 71% ไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนนโยบายนี้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า เงินทุนเพื่อจัดตั้งและค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินการเพื่อให้บริการแบบ Omni-channel หรือบริการที่มีทั้งช่องทางออฟไลน์คือมีหน้าร้าน และออนไลน์คือมีเว็บไซต์ ถือเป็นความท้าทายหลัก โดยมีเพียง 42% ของซัพพลายเชนที่ตอบแบบสอบถาม ให้บริการในแบบ Omni-channel ซึ่งขัดแย้งเป็นอย่างยิ่งเมื่อมีผู้บริโภคกว่า 73% ใช้บริการซื้อสินค้าผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ นอกจากนี้ยังพบว่า 55% ขององค์กรยังคงทำงานแบบใช้ปากกาและกระดาษจดซึ่งด้อยประสิทธิภาพในการรองรับการบริการแบบ Omni-channel

ภายในปีค.ศ.2021 ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้บริการโลจิสติกส์ผ่าน Omni-channel 99% จะใช้คอมพิวเตอร์พกพาที่มีเครื่องสแกนบาร์โค้ด หรือแท็บเล็ตเพื่อช่วยปรับปรุงการจัดการโลจิสติกส์ผ่าน Omni-channel ให้สามารถเข้าถึงระบบการจัดการคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น

ในอนาคต ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นระดับผู้บริหารและมองการณ์ไกล ระบุว่า ซัพพลายเชนต้องมีโซลูชั่นที่เชื่อมโยง มีข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ และเป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และความคุ้มค่าในการขนส่งและแรงงานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจคาดว่า เทคโนโลยีใหม่ที่จะพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจ ( Disruptive Technology) มากที่สุด คือ โดรน หรือยานพาหนะที่ไร้คนขับ/ขับขี่ได้เอง ซึ่งเป็น Disruptive Technology ที่สำคัญที่สุด มีบางบริษัทในประเทศจีนได้ใช้ Drone บินสำรวจคลังสินค้าแล้ว ขณะที่เทคโนโลยีที่สวมใส่ไว้กับร่างกาย (Wearable) และเทคโนโลยีพกพา รวมถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เริ่มมีบทบาทด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยี RFID (Radio-frequency Identification) และแพลตฟอร์มการจัดการสินค้าคงคลังจะเพิ่มขึ้นจาก 32% เป็น 95% ในปีค.ศ 2028 ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และ Tagging Solution ที่ขับเคลื่อนโดย RFID จะช่วยให้สามารถมองเห็นข้อมูลสินค้าคงคลังได้ลึกลงไปถึงระดับรายการย่อยและเป็นปัจจุบันมากที่สุด ทั้งยังเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลสินค้าคงคลังและความพึงพอใจของผู้ซื้อพร้อมกับลดปัญหาสินค้าขาดหรือมีมากเกินความต้องการในสต๊อก หรือปัญหาความผิดพลาดในการเติมสินค้า

ด้านศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซีบรา เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างมากในประเทศไทยสร้างการเปลี่ยนแปลงและโอกาสทางธุรกิจ จะเห็นเทรนด์สำคัญ ๆ ในหลายธุรกิจซึ่งมีการปรับตัวเพื่อให้บริการผู้บริโภคทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ มีการศึกษาและนำข้อมูลการใช้บริการของผู้บริโภคมาใช้ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการจัดส่งที่รวดเร็วมากขึ้น ธุรกิจสามารถสร้างโอกาสให้กับองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานโดยการใช้เทคโนโลยีอย่างพรินเตอร์และคอมพิวเตอร์แบบพกพา ซึ่งให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในหน้าร้านค้าหรือลงพื้นที่พบลูกค้า

สำหรับธุรกิจที่มีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี เป็นอันดับแรก คือ ธุรกิจค้าปลีก (Retail) รองลงมา คือ อุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) และภาคขนส่ง/โลจิสติกส์ (Transportation/Logistic) รวมทั้ง Health Care และ Security โดยซีบรามีผลิตภัณฑ์รองรับความต้องการของธุรกิจดังกล่าว 50,0000 SKU (Stock Keeping Unit)

ล่าสุดซีบราได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์แบบพกพารุ่นใหม่และโซลูชั่น RFID ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานทั้งในและนอกสถานที่ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาในแวดวงการให้บริการด้าน Fulfillment เครื่องพิมพ์แบบพกพา ZQ300 Series ใหม่ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้กับพนักงานขณะลงพื้นที่ ภายในคลังสินค้า หรือพนักงานหน้าร้าน ด้วยขีดความสามารถในการพิมพ์แบบ On-demand ในขณะที่เครื่องอ่าน RFID แบบ Fixed UHF รุ่น FX9600 ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้าปริมาณมากในคลังสินค้าหรือที่ท่าเก็บสินค้าได้อย่างแม่นยำ ตัวเครื่องถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน โดยสามารถทำงานได้แม้ในจุดที่เปียกชื้น เต็มไปด้วยฝุ่น มีความร้อนสูง หรือแม้กระทั่งอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์

Main


ข่าวใหม่

•  สวทน. เผยรับงบ 1,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมชาติ ปี 62  [19 ก.ย. 2561]

•  ซอฟต์แวร์พาร์ค และ เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม ประกาศผลการประกวดแอนิเมชัน “สนุก และง่ายกับกองทุนรวม”  [19 ก.ย. 2561]

•  สตีเบล เอลทรอน ปลื้มยอดขายในเอเชียแปซิฟิกเติบโตกว่า 20% เดินหน้าผลักดันไทยก้าวสู่ Hub ผลิตและส่งออกภายในปีพ.ศ.2563 [18 ก.ย. 2561]

•  4 สภาวิชาชีพ แนะตัดคำว่า “วิชาชีพ” ในมาตรา 48 ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาออกทั้งหมดหวั่นกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจและสังคม [18 ก.ย. 2561]

•  LANXESS พัฒนาพลาสติกประสิทธิภาพสูง น้ำหนักเบา ช่วยให้โดรนบินได้นานขึ้น [18 ก.ย. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260