พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่9
ตุลาคม 2561

» กระทรวงอุตฯ จัดพิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ สถานประกอบการ 120 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ OPOAI ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561


กระทรวงอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการที่เข้าร่วม “โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค OPOAI 4.0 ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยภาพรวมการประเมินโครงการฯ ในระดับผลลัพธ์ (Outcome) ภาครัฐได้ใช้งบประมาณในการส่งเสริมผู้ประกอบการ 36.8 ล้านบาท วัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 174 ล้านบาท ในจำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 120 แห่ง

ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการ OPOAI 4.0 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้ในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0 เพื่อให้สถานประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสถานประกอบการ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ โดยการพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และมีการพัฒนาแบบครบวงจร ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การเงิน การบริการจัดการ รวมถึงกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ นับเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย โดยได้เริ่มต้นดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ 1,625 ราย วงเงินงบประมาณที่ได้รับ 431.40 ล้านบาท สามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 5,088 ล้านบาท เฉลี่ยรายละ 3.13 ล้านบาท ซึ่งหากผู้ประกอบการแต่ละรายนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดก็จะสร้างความมั่นคง และยั่งยืนให้กับสถานประกอบการ

สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการ OPOAI นั้น กระทรวงฯ ได้จัดทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่านแผนงานพัฒนาที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ใน 7 ด้านอย่างเป็นระบบ คือ 1. การบริหารจัดการโลจิสติกส์ 2. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3. การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน 4. การลดต้นทุนพลังงาน 5. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล 6. กลยุทธ์การขับเคลื่อนทางการตลาด 7. การบริหารจัดการด้านการเงิน ซึ่งในทุก ๆ แผนการดำเนินงานทางกระทรวงฯได้สอดแทรกการจัดสถานประกอบการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปในทุกแผนงานเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวรับเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งทางตรงและทางอ้อม ผลที่ได้คือช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้ 10-20%

ดร.สุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับโครงการ OPOAI 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 120 ราย ซึ่งสามารถประเมินผลได้ดังนี้ คือ

1. มูลค่าผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน (Market Value) จากการประเมินของโครงการ OPOAI 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 174 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่โรงงานที่เข้าร่วมโครงการ120 แห่ง หากโรงงานเหล่านี้สามารถขยายองค์ความรู้ให้แก่สถานประกอบการอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐในการส่งเสริม และพัฒนาสถานประกอบการรายอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ

2. มูลค่าผลประโยชน์ที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non-Market Value) ได้แก่ ทัศนคติของผู้ประกอบการ SME อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรที่มีต่อหน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีการให้ความร่วมมือมากขึ้น เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อกระทรวงอุตสาหกรรมในสายตาของผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป เพราะแผนงานต่าง ๆ ภายใต้โครงการฯ สามารถแก้ปัญหาของสถานประกอบการได้อย่างตรงประเด็น และเกิดเครือข่ายกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (Cluster) ในพื้นที่

สำหรับมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 174 ล้านบาทนั้น สามารถแยกจัดอันดับตามแผนงานต่าง ๆ ได้ดังนี้
อันดับที่ 1 : แผนงานที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีผู้เข้าร่วมโครงการ 30 ราย
ให้ผลประโยชน์สูงสุดคิดเป็นมูลค่า 51,003,679 บาท เฉลี่ยรายละ 1,700,123 บาท
อันดับที่ 2 : แผนงานที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 14 ราย
ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 46,311,939 บาท เฉลี่ยรายละ 3,307,996 บาท
อันดับที่ 3 : แผนงานที่ 4 การลดต้นทุนพลังงาน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 16 ราย
ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 33,554,113 บาท เฉลี่ยรายละ 2,097,132 บาท
อันดับที่ 4 : แผนงานที่ 1 การบริหารจัดการโลจิสติกส์ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 17 ราย
ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 31,860,787 บาท เฉลี่ยรายละ 1,874,164 บาท
อันดับที่ 5 : แผนงานที่ 6 กลยุทธ์การขับเคลื่อนการตลาด มีผู้เข้าร่วมโครงการ 25 ราย
ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 7,547,225 บาท เฉลี่ยรายละ 301,889 บาท
อันดับที่ 6 : แผนงานที่ 7 การบริหารจัดการด้านการเงิน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 4 ราย
ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 4,000,000 บาท เฉลี่ยรายละ 1,000,000 บาท
อันดับที่ 7 : แผนงานที่ 5 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ ระบบมาตรฐานสากล
มีผู้เข้าร่วมโครงการ 4 ราย ผลประโยชน์ที่ไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากตัวชี้วัดเป็นการ เตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอระบบมาตรฐานต่าง ๆ

ในปี พ.ศ. 2561 มีผู้ได้รับโล่รางวัล 3 ประเภท จำนวน 36 รางวัล ได้แก่

1. สถานประกอบการดีเด่น จำนวน 9 รางวัล ได้แก่
แผนงานที่ 1 บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์
แผนงานที่ 2 บริษัท โตมี จำกัด จังหวัดศรีสะเกษ
บริษัท อกริเฟร็ช จำกัด จังหวัดกาญจนบุรี
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ส.สินทวี จังหวัดศรีสะเกษ
แผนงานที่ 3 บริษัท อินเตอร์ อโกร เทค (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร
แผนงานที่ 4 บริษัท อรุณไรซ์ เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดเพชรบูรณ์
แผนงานที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านดูโอ คอฟฟี่ จังหวัดน่าน
แผนงานที่ 6 บริษัท ไทยอินเตอร์ ฟิชเชอรี่ เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดสงขลา
บริษัท แกรนด์ฟูดโปรเซสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดจันทบุรี

2.สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดดีเด่น จำนวน 14 รางวัล ได้แก่ เพชรบูรณ์ สมุทรสงคราม จันทบุรี ตาก บุรีรัมย์ ชัยนาท เพชรบุรี ศรีสะเกษ กำแพงเพชร พัทลุง กาญจนบุรี น่าน สงขลา และกาฬสินธุ์

3.ที่ปรึกษาดีเด่น จำนวน 13 รางวัล ได้แก่
แผนงานที่ 1 วรวิทย์ ตางาม
แผนงานที่ 2 กริชสุบรรณ กมโลบล/ ผศ. ดร.อภิชาติ อาจนาเสียว/ ดร.พิสิษฐ์ แม้นวงศ์เดือน/ สุวิชา สายโพธิ์/ ดร.ทินกร คำแสน/ อรรถสิทธิ์ นิลวรานนท์ และอรรถพล รัตนะ
แผนงานที่ 3 พัฒนพงศ์ เพ็งจันทร์
แผนงานที่ 4 พัฒนพงศ์ เพ็งจันทร์
แผนงานที่ 5 ยุทธพงษ์ ปัญญาดา และวุฒิพงศ์ คำวงค์
แผนงานที่ 6 นิธิพัฒน์ ลิ่มวานิชรัตน์

Main


ข่าวใหม่

•  เสียวหมี่ เผยราคา Mi MIX 3 สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ในไทยเริ่มต้นที่ 18,999 บาท  [10 ธ.ค. 2561]

•  NIA จับมือภาครัฐ-เอกชน จัดกิจกรรม Inno4farmers เฟ้นหานวัตกรรมการเกษตร 3 สาขาที่จำเป็นสำหรับประเทศ  [10 ธ.ค. 2561]

•  นิช คาร์ กรุ๊ป เปิดตัวสุดยอดยานยนต์ซูเปอร์คาร์ “แมคลาเรน 600 แอลที” แรงและเร็วเปรียบดั่งกระสุนเงิน เป็นครั้งแรกในไทย [7 ธ.ค. 2561]

•  สกว.-สนช.-สวพ.ทบ. บริหารงานวิจัยเพื่ออนาคตยางพาราไทย [7 ธ.ค. 2561]

•  บ้านปูฯ เดินหน้าขยายฐานพลังงานสะอาด เปิดตัว Banpu Power Japan สาขาโตเกียว อย่างเป็นทางการ [7 ธ.ค. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260