พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพฤหัสบดีที่25
ตุลาคม 2561

» SCG เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปีพ.ศ. 2561 เติบโตเพิ่มขึ้นทุกธุรกิจ แต่กำไรลดลง


บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปี พ.ศ. 2561 มีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 30,899 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 มีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 87,943 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 จากยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่น ๆ 64,322 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 จากยอดขายรวม ทั้งนี้ภาพรวมรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียนมีรายได้เพิ่มขึ้นทุกธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจแพกเกจจิ้ง ที่มีมูลค่ายอดขายเติบโตโดดเด่นกว่าธุรกิจอื่น ๆ ในเครือเนื่องจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กำไรลดลงเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวสูงขึ้น การค้าโลกชะลอตัว

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG กล่าวว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของ SCG ในไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2561 มีรายได้จากการขาย 122,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีพ.ศ. 2560 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีกำไร 9,473 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันของ ปี พ.ศ. 2560 และลดลงร้อยละ 24 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี (Asset Impairments) ตามมาตรฐานบัญชี 1,670 ล้านบาท และต้นทุนวัตถุดิบ Naphtha ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งหากไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีดังกล่าว จะทำให้ SCG มีกำไร 11,143 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 SCG มีรายได้จากการขาย 361,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 เนื่องจากรายได้ของทุกกลุ่มธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยมีกำไร 34,281 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 จากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ ประกอบกับการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีในไตรมาสที่ 3 นอกจากนี้ SCG ยังมีรายได้จากการส่งออก 97,924 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560

ขณะที่ผลการดำเนินงานของ SCG ในต่างประเทศในไตรมาสที่ 3 นั้น SCG มีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 30,899 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี พ.ศ 2561 มีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 87,943 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 จากยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่น ๆ 64,322 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 จากยอดขายรวม สินทรัพย์รวมของ SCG ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561 มีมูลค่า 592,399 ล้านบาท โดยร้อยละ 26 เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 และ 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 แยกตามรายธุรกิจ

ธุรกิจเคมิคอลส์ ในไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2561 มีรายได้จากการขาย 57,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น โดยมีกำไรสำหรับงวด 7,485 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 22 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 และลดลงร้อยละ8 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 ธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขาย 167,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น และมีกำไร 23,751 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2561 มีรายได้จากการขาย 46,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากการขยายตัวของตลาดในภูมิภาค โดยมีกำไรสำหรับงวดเมื่อไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีเท่ากับ 1,585 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อรวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี กำไรสำหรับงวดจะเท่ากับ 265 ล้านบาท

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย 137,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 จากการขยายตัวของตลาดในภูมิภาค และมีกำไรเท่ากับ 4,426 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560

ธุรกิจแพกเกจจิ้ง ในไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2561 มีรายได้จากการขาย 22,199 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากราคาขายที่เพิ่มขึ้นทั้งสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ โดยมีกำไรสำหรับงวด 1,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 128 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ.2560 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2561 จากราคาของสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและการปรับลดต้นทุนให้ต่ำลง

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 ธุรกิจแพกเกจจิ้ง มีรายได้จากการขาย 65,972 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 จากราคาขายและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และมีกำไร 4,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2560

SCG วางแผน 6 ด้าน รับมือสถานการณ์ทางการค้าจีน-สหรัฐอเมริกา

จากสถานการณ์สงครามการค้า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อผลธุรกิจโดยรวมของ SCG นั้น รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ทาง SCG ได้ตระหนักและหาแนวทางป้องกันและวางแผน 6 ด้าน เพื่อปรับตัวรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

1. การขยายโอกาสส่งออกตามทิศทางตลาดโลก SCG มองว่าเป็นโอกาสที่จะเจาะตลาดส่งออกไปยังจีนและสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้นทั้งในผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและเคมีภัณฑ์ โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีน SCG น่าจะมีโอกาสการค้าที่ดีที่จะนำสินค้าเข้าไปขายเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันสินค้าจากประเทศจีนที่ไม่สามารถส่งไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ จะทะลักเข้ามาขายยังประเทศในเอเชีย ในอาเซียน และในประเทศไทย ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคามีปัจจัยเสี่ยงเข้ามากระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทางแก้ปัญหาที่ SCG วางแผนรับมือไว้เบื้องต้นคือ ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุก ๆเดือนพร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายฐานตลาดสู่ภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ในประเทศเวียดนามและอินเดีย ที่มีการเติบโตและต้องการสินค้าด้านธุรกิจการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน เช่น การทำสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้า ทำให้ SCG สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 ได้กว่า 400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับแผนที่วางไว้ และการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงาน โดยสามารถจ่ายไฟได้แล้ว 38 เมกะวัตต์ ทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากภายนอกคิดเป็นผลประหยัด 170 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วย IoT แพลตฟอร์ม และโครงการที่ใช้พลังงานทดแทนอื่น ๆ รวมกว่า 100 โครงการ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะมีผลประหยัด 615 ล้านบาทต่อปี

3. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล SCG เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดได้ร่วมกับดิจิทัล เวนเจอร์ส ในการนำ Blockchain มาใช้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกับคู่ค้าอย่างครบวงจร ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยบุคลากรในองค์กร เช่น ระบบ Robotic Process Automation ที่จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้น AddVentures ซึ่งเป็น Corporate Venture Capital (CVC) ของ SCG ก็ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพไปแล้วกว่า 415 ล้านบาท

4. การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนางานวิจัยใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์อนาคต 6 กลุ่ม เช่น อาคารอัจฉริยะ พลังงานหมุนเวียน AI และ Big Data โดยล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือกับ สำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (กรุงเทพฯ) (CAS ICCB) ซึ่งมีสถาบันวิจัยในเครือข่ายมากกว่า 100 แห่งในประเทศจีน

5. การเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน ด้วยการบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2561 SCG มีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 76,008 ล้านบาท ทั้งนี้ มีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร (Cash & Cash Under Management) 52,614 ล้านบาท สอดคล้องกับแผนการลงทุนและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

6. การทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน โดยเน้นเฉพาะโครงการที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้จากสภาพการณ์ในปัจจุบัน เช่น การลงทุนในโครงการประหยัดพลังงาน ได้แก่ การพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเตรียมให้บริการในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจรเป็นรายแรกของไทยในปี พ.ศ. 2562 ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย ให้แก่ผู้สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน

งบการลงทุนในปี พ.ศ. 2561และในปี พ.ศ. 2562

SCG ได้ปรับลดงบลงทุนในปี พ.ศ.2561 ลงเหลือ 40,000-45,000 ล้านบาท จากเดิมที่เคยวางเป้าไว้ประมาณ 50,000 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกปี พ.ศ. 2561 นี้ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 35,000 ล้านบาท ส่วนการลงทุนในปี พ.ศ. 2562 วางเป้างบลงทุนไว้ที่ 50,000-60,000 ล้านบาท ส่วนการลงทุนใน EEC นั้น SCG ไม่ได้เข้าไปลงทุนอะไรที่ใหญ่โตมากนักเพียงแต่เข้าไปศึกษาดูในรายละเอียดที่ SCG มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ของ SCG และเชื่อว่าในอนาคต EEC จะมีการพัฒนาตามแผนของภาครัฐทำให้มีความเติบโต มีความน่าสนใจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศอย่างแน่นอน

“สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยใน 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการก่อสร้างตามนโยบายการลงทุนภาครัฐ และการก่อสร้างภาคเอกชน ทำให้ปริมาณการใช้เหล็ก การใช้ปูน และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เติบโตขึ้น โดยเฉพาะความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ ในปี พ.ศ. 2561 นี้คาดว่าจะมีความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ 3% อีกทั้งภาพการส่งออกก็มีทิศทางเติบโตที่เป็นบวก แม้ว่าจะมีสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมากระทบบ้างแต่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งและสามารถทำให้ GDP เป็นไปตามเป้าที่ภาครัฐและหลาย ๆ ฝ่ายวางเอาไว้ได้” กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวทิ้งท้าย

Main


ข่าวใหม่

•  7 บริษัทชั้นนำจากไต้หวัน โชว์ “ความล้ำหน้านวัตกรรมใหม่อัจฉริยะ” และเปิดเวที B2B Matching ในงานเมทัลเล็กซ์ 2018  [21 พ.ย. 2561]

•  มจธ. พัฒนานวัตกรรม ไส้กรองน้ำเซรามิก ดักจับสารหนูและฆ่าเชื้อโรค คว้า 2 รางวัล จากงาน World Invention Innovation Contest 2018 เกาหลีใต้ [20 พ.ย. 2561]

•  แลนเซสส์ แจงผลการดำเนินงานไตรมาสที่3 แข็งแกร่ง พร้อมคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2018 เป็นไปตามเป้าหมาย [20 พ.ย. 2561]

•  ออราเคิลจับมือม.รังสิต พัฒนาหลักสูตร Innovative Startup หนุนนักศึกษาต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ [19 พ.ย. 2561]

•  กระทรวงอุตฯ ดีเดย์เปิดศูนย์นวัตกรรม “มิเอะ-ไทยแลนด์ อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ”  [12 พ.ย. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260