พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพฤหัสบดีที่1
พฤศจิกายน. 2561

» กระทรวงอุตฯ โชว์ศักยภาพศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC) ใน 3 จังหวัดภาคเหนือ


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย น่าน พะเยา แพร่) ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 8/2561 ณ จังหวัดเชียงราย พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC) ใน 3 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียงราย เพื่อให้ความช่วยเหลือ บ่มเพาะ และต่อยอดธุรกิจ SME ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ผลิตระดับชุมชนและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการบริการด้านนวัตกรรม การแปรรูป การออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ หวังยกระดับ SME ไทยในธุรกิจยุค 4.0 สู่มาตรฐานสากล พร้อมแข่งขันได้ในตลาดโลก

อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีศักยภาพด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร โดยปัจจุบันมีการแปรรูปพืช ผัก ผลไม้ และสินค้าเกษตรขั้นต้นที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ วัตถุดิบสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ข้าว ชา กาแฟ สัปปะรด และสมุนไพร ดังนั้น ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม และอุทยานวิทยาวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ภาคเหนือ จึงร่วมกันพัฒนานวัตกรรมการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์เกษตรอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงรายได้ให้เกษตรกร โดยขอรับการสนับสนุนโครงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ด้วยนวัตกรรมสู่ SME 4.0 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (Food and Agro-Industry SMEs Innovative Driven Project for the Upper Northern Thailand 2) เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในพื้นที่ให้มีขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจเชื่อมโยงสู่สากล ยกระดับกระบวนการผลิตอาหารแปรรูปให้มีมูลค่าเพิ่มสูงและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม และเป็นการยกระดับการผลิตอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ให้มีขีดความสามารถในการสร้างมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น

โครงการดังกล่าวมีกิจกรรมประกอบด้วย 1) การพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเชื่อมโยง Digital เพื่อสร้าง Food Startup 4.0 2) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงบูรณาการ เพื่อบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ (Food Supply Chain Big Data) 3) การพัฒนาเครือข่าย Northern Innovation Food Cluster เพื่อเป็น Mega Cluster ผนวกกับการสร้างเครือข่ายเฉพาะทางเพื่อพัฒนานวัตกรรมในเชิงลึก 4) สร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) มุ่งเน้นการผลิตอาหารเพื่ออนาคต และเชื่อมโยงไปสู่ฐานการผลิต OEM มาตรฐานสากลของภูมิภาค ณ มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ 5) ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต (Food Safety Standard) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของกลุ่มจังหวัดเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในระดับสากล 6) เชื่อมโยงนำงานวิจัยมาใช้ในการพัฒนารูปแบบการผลิตอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (Food Production & Packaging) โดยเชื่อมโยงกับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center : ITC) และ 7) เชื่อมโยงการตลาดและธุรกิจออนไลน์ (Business Matching & Online Marketing) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เป้าหมายของโครงการฯ จะเกิดผู้ประกอบการใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในพื้นที่ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท

“เครือข่ายศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ได้รับโจทย์ใหม่ให้ทำงานเพื่อคนในพื้นที่ SME และวิสาหกิจในชุมชน โดยมีพื้นที่โรงงานจำลองให้ SMEสามารถเข้าไปใช้งานได้ฟรี ซึ่งกลุ่มเชียงราย มีความเข้มแข็งด้านสมุนไพร และอาหารแปรรูป หากสามารถเชื่อมโยงกับภาคเกษตรในกลุ่มจังหวัดอื่น ๆทางภาคเหนือได้ ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมโยงจัดหาเครื่องมือที่สามารถทำได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น และทำให้งบประมาณชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากมีการรวมกลุ่ม ภาครัฐมีงบประมาณพร้อมสนับสนุน โดยมีแหล่งเงินทุน อาทิ กองทุน SME Bank และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) " รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ภาคเอกชนเสนอแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปใน 4 ประเด็นสำคัญ

ในโอกาสนี้ภาคเอกชนในพื้นที่ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปใน 4 ประเด็น คือ 1)การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปมูลค่าสูงสินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยภาคเหนือตอบบน 2 โดยขอรับการสนับสนุนในการพัฒนาผู้ประกอบการด้านเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยเพื่อการแปรรูปในพื้นที่ การจัดตั้งโรงงานต้นแบบเพื่อแปรรูปสินค้าอินทรีย์ การจัดหาครุภัณฑ์และยกระดับมาตรฐานสินค้า รวมถึงการส่งเสริมช่องทางการตลาด 2)การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ครบวงจร (Bamboo City) เพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไผ่ภาคเหนือ เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาเป็นนวัตกรรม และแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไผ่สู่ตลาดภายในและต่างประเทศ โดยศูนย์วิจัยฯ จะดำเนินการพัฒนาพันธุ์ไผ่ เครื่องจักรแปรรูปไม้ไผ่ เช่น เครื่องตอกตะเกียบ เครื่องอัดไป่ เปิดไม้ท่อนและไม้ลิ้น เครื่องอัดเชื้อเพลิงการส่งเสริมการปลูกไม้ไผ่ และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากไผ่เชื่อมโยงตลาด โดยจะขอรับการสนับสนุนด้านการเงินให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการแปรรูปไม้ไผ่ 3)เชียงรายเมืองสมุนไพรครบวงจร มีแนวทางการพัฒนาด้านสมุนไพรและเกษตรแปรรูป โดยใช้เทคโนโลยีหนุนเสริมพัฒนาการปลูกและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพร เกษตรอินทรีย์ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน อีกทั้งผลักดันให้เกิดการตั้งเครือข่ายวิสาหกิจชุนชมด้านสมุนไพรที่เข้มแข็ง โดยจะขอรับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งของสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจสมุนไพร การวิจัยพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพร การส่งเสริมการตลาดสมุนไพรทั้งในไทยและต่างประเทศ วงเงิน 50 ล้านบาท 4)แฟชั่นล้านนาตะวันออก ขอรับการสนับสนุนการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าทอและเครื่องประดับโดยใช้อัตลักษณ์ล้านนา การยกระดับและพัฒนางานศิลปะหัตถอุตสาหกรรมเชิงกลุ่มด้านเครื่องประดับและผ้าทอ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องประดับให้ได้มาตรฐานการส่งเสริมการตลาด และการฝึกอบรมผู้ประกอบการ วงเงิน 21.5 ล้านบาท

ชมนิทรรศการศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC)
พื้นที่บ่มเพาะ และต่อยอดธุรกิจ SME ไทยรับยุค 4.0

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ และคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมนิทรรศการศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ที่ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการบริการด้านนวัตกรรม การแปรรูป การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ ให้แก่ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และยกระดับการบริการของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสู่การเป็น “ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC)” ในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือ บ่มเพาะ และต่อยอดธุรกิจ SME ไทยสู่ธุรกิจยุค 4.0 ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ผลิตระดับชุมชนและผู้ประกอบการ SME เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในด้านรูปลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงสินค้าอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

หมู่บ้านสันติคีรีวอนรัฐพัฒนาเครื่องจักรทำชาแบบเส้น
ปรับปรุง Packaging- เงินทุนหมุนเวียน

จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV) บ้านสันติคีรี อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หรือดอยแม่สลอง ซึ่งเป็นหมู่บ้าน CIV เพื่อการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต การละเล่น โดยเฉพาะขั้นตอนการผลิต การชิมชา อาหารจีนและอาหารชนเผ่า ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายถึงปัจจุบัน โดยมีผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ชาอู่หลง ชาเจียวกู่หลาน ชาแดง ชามะลิ ชาอัสสัม ฯลฯ ซึ่งบ้านสันติคีรี มีความต้องการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อทำชาเป็นรูปแบบเส้น การปรับปรุง Packaging เงินทุนหมุนเวียน และการให้คำปรึกษาด้านการแปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์

รมช.อุตฯ ลงพื้นที่น่าน-พะเยา
โชว์ศักยภาพศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC)

ก่อนหน้านั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC) ใน 2 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ หมู่บ้านน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน และหมู่บ้านบัว จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็น 2 หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV) เพื่อให้ความช่วยเหลือ บ่มเพาะ และต่อยอดธุรกิจ SME ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ผลิตระดับชุมชนและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการบริการด้านนวัตกรรม การแปรรูป การออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์

สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ภายใต้ โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการบริการด้านนวัตกรรม การแปรรูป การออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ ให้แก่ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และได้ยกระดับการบริการของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสู่การเป็น “ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC)” เพื่อให้ความช่วยเหลือ บ่มเพาะ และต่อยอดธุรกิจ SMEs ไทย สู่ยุค 4.0 ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ผลิตระบบชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในด้านรูปลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงสินค้าอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

ศูนย์ Mini ITC 64 แห่ง เปิดให้บริการแล้ว พร้อมให้บริการ SME 4 ด้าน

กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนงานเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (ITC) ให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย ศูนย์ ITC ส่วนกลาง 1 แห่ง, ศูนย์ ITC ระดับภูมิภาค 12 แห่ง และศูนย์ Mini ITC 64 แห่ง ซึ่งขณะนี้ ศูนย์ Mini ITC ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว การทำงานของศูนย์ Mini ITC จะเน้นการให้บริการเบื้องต้น (Front Desk) รับความต้องการจากผู้ประกอบการให้บริการด้านการออกแบบชิ้นงาน โดยให้บริการ 4 ด้าน ดังนี้ 1) ITC Match ศูนย์กลางการจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ 2) ITC Innovation บริการสาธิต อบรม บ่มเพาะ เพื่อให้เกิดนวัตกรรม เปิดมุมมองการปรับเปลี่ยนธุรกิจ 3) ITC Share รวมบริการเครื่องมือ เครื่องจักร เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม และ 4) ITC Fund บริการปรึกษาแนะนำสินเชื่อที่เหมาะสมกับธุรกิจ พร้อมทั้งเชื่อมโยงส่งต่อความต้องการไปยังศูนย์ ITC ระดับภูมิภาค (Front Office) ที่ตั้งอยู่ในศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม และศูนย์ ITC ส่วนกลาง (Head Office)

โครงการ Mini ITC ให้บริการ SME ทั่วประเทศแล้ว 27,619 ราย

ทั้งนี้ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC) ได้ดำเนินงานเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการบริการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมการผลิตการออกแบบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมการสร้างความรับรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและการใช้บริการในศูนย์ ITC ระดับจังหวัด และการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจในเบื้องต้น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 มีผู้ประกอบการได้รับการบริการทั่วประเทศแล้ว 27,619 ราย ส่วนใหญ่เข้ามาใช้บริการขอศึกษาดูงานและการฝึกอบรม ประมาณ 11,121 ราย การบริการในเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ 465 ราย การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 240 ราย การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 208 ราย การให้บริการเครื่องจักรกลาง 275 ราย และการแปรรูปการเกษตรและอาหาร 174 ราย และรอรับบริการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและออกแบบผลิตภัณฑ์ 111 ราย

SME เข้าร่วมโครงการ Mini ITC เน้นรับบริการออกแบบฉลาก -บรรจุภัณฑ์

อารีย์ เพชรรัตน์ ผู้บริหารบริษัท บ้านถั่วลิสง จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC ) ในจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่าน มีกลุ่มเกษตรแปรรูปจำนวน 40 ราย โดยบริษัทฯ เป็น 1ในผู้ประกอบการ 5 รายในจังหวัดน่านที่เข้าร่วมโครงการ Mini ITC โดยขอคำแนะนำในการออกแบบฉลากผลิตภัณฑ์สำหรับผลไม้อบแห้ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ ก็ได้ฉลากผลิตภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย สามารถนำไปต่อยอดได้ โดยได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก เช่น ห้างจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และมีแผนจะไปวางจำหน่ายที่ Terminal 21 พัทยา ทั้งนี้จากการมีฉลากผลิตภัณฑ์และรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ใหม่ ตั้งเป้ายอดขายโตขึ้น 15% จากเดิมที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์แต่อย่างใด

“โครงการ Mini ITC เป็นโครงการดีที่ช่วยเหลือ SME เพียง SME แจ้งความต้องการและมีทิศทางการตลาดที่ชัดเจน สำหรับฉลากผลไม้อบแห้ง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการออกแบบฉลากผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน่านเป็นจังหวัดเล็ก ประกอบกับนักออกแบบผลิตภัณฑ์ (Designer) มีเพียง 2 ราย ปัจจุบันย้ายไปแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการ SME ต้องเข้าคิวรอการบริการ เบื้องต้นได้แจ้งให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกะทรวงอุตสาหกรรมทราบแล้ว” อารีย์ กล่าว

Main


ข่าวใหม่

•  7 บริษัทชั้นนำจากไต้หวัน โชว์ “ความล้ำหน้านวัตกรรมใหม่อัจฉริยะ” และเปิดเวที B2B Matching ในงานเมทัลเล็กซ์ 2018  [21 พ.ย. 2561]

•  มจธ. พัฒนานวัตกรรม ไส้กรองน้ำเซรามิก ดักจับสารหนูและฆ่าเชื้อโรค คว้า 2 รางวัล จากงาน World Invention Innovation Contest 2018 เกาหลีใต้ [20 พ.ย. 2561]

•  แลนเซสส์ แจงผลการดำเนินงานไตรมาสที่3 แข็งแกร่ง พร้อมคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2018 เป็นไปตามเป้าหมาย [20 พ.ย. 2561]

•  ออราเคิลจับมือม.รังสิต พัฒนาหลักสูตร Innovative Startup หนุนนักศึกษาต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ [19 พ.ย. 2561]

•  กระทรวงอุตฯ ดีเดย์เปิดศูนย์นวัตกรรม “มิเอะ-ไทยแลนด์ อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ”  [12 พ.ย. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260