พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่27
พฤศจิกายน. 2561

» ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คนที่ 15


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นรัฐวิสาหกิจประเภทที่จัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการตามนโยบายพิเศษของรัฐ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) โดยมีภารกิจหลักในการทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรบนฐานของทรัพยากรชีวภาพ (Bio-based) สร้างสังคมนวัตกรรมอย่างยั่งยืนด้วยการบูรณาการ พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรรม มุ่งให้ วว. เป็นหุ้นส่วนความสำเร็จภายใต้การบริหารงานของ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คนที่15 ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ได้ทำงานที่ วว.มานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เป็นนักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ทั่วไป งานพัฒนาองค์กร งานบริหารความเสี่ยง งานการเงินและการบัญชี และพัสดุ การรณรงค์ ค่านิยม จนกระทั่งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม ดูแลด้านยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรมขององค์กร ดูแลงานยุทธศาสตร์วิสาหกิจ และงานจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร ทำให้รู้จักและคุ้นเคยกับองค์กรนี้เป็นอย่างดี ต่อเมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ด้วยความเป็นลูกหม้อ ทำให้ดร.ชุติมา เข้าใจถึงบทบาทและภารกิจของวว.ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรรม ได้อย่างลึกซึ้ง

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานนั้น ได้เห็นบทบาทและภารกิจของ วว. ในการทำงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมใหม่ๆบนฐานของทรัพยากรชีวภาพ (Bio-based) มาอย่างต่อเนื่องเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรในการทำงานตามภารกิจของรัฐบาลและนโยบายของวว.เองที่มีในแต่ละยุคสมัยผ่านงานวิจัย บุคลากรที่มีอยู่กว่า 900 คน ร่วมกันทำงานช่วยเหลือแบบคู่ขนานในการทำงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง สร้างชุมชน สร้างงานสร้างอาชีพ แก่ผู้ประกอบการ SME OTOP สตาร์ทอัพหน้าใหม่ๆและประชาชนทั่วไปให้มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

“ อาจจะเรียกได้ว่า วว.เป็นช่วยผู้ประกอบการตั้งแต่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปจนถึงกระบวนการหาตลาดหาช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้เกิดรายได้ให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาเรียนรู้กับทาง วว.มีเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้ มีโอกาสในสังคมเพิ่มขึ้นเพราะจริงๆแล้วผู้ประกอบการ ประชาชนในชุมชนเขามีองค์ความรู้ที่เป็นอัตลักษณ์ของเขาอยู่แล้วเพียงแต่ยังขาดการชี้นำ ขาดงานวิจัยที่จะเข้ามาส่งเสริมสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของแต่ละชุมชน”

ชูวิสัยทัศน์ต้องการให้วว. เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของผู้ใช้บริการ

ในระหว่าง 4 ปีในการทำงานในตำแหน่งผู้ว่า วว. นั้น ดร.ชุติมา ต้องการเห็นหน่วยงานที่เป็นศูนย์เชี่ยวชาญทุกอย่างของ วว. มีกิจกรรมที่คึกคักมีผู้ประกอบการเข้ามาใช้ประโยชน์มากขึ้นขึ้น เพราะต้องการให้วว. เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการที่ทุกคนเข้ามาใช้บริการ โดยมีงานวิจัยของ วว. ไปช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และ Value Creation สร้างสรรค์ให้เกิดการมีเพิ่มมูลค่าตลอดทั้งห่วงโซ่ตลอดการสร้างผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ 9ต้องการให้สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ในเชิงการศึกษานิเวศที่เป็นคนไทยมากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่นักวิจัยที่นี่เป็นชาวต่างชาติ “ที่สำคัญอยากเห็นพนักงานทั้ง 900 คน มีความสุขในการทำงานอยากให้พนักงานตื่นเช้ามาอยากมาทำงานร่วมกับ วว. ไม่ใช่ตื่นมาแล้วไม่อยากมาช่วยทำงานก็ไม่มีความสุข ซึ่งจะต้องสร้างความสุขภายในองค์กรให้เกิดขึ้นก่อนที่จะไปสร้างความสุขให้ส่วนอื่น ๆ เมื่อมีปัญหาก็จะมองหาแนวทางในการแก้ปัญหาทุกๆมิติรอบด้าน อย่าไปคิดในมุมเราอย่างเดียว เรื่องบางเรื่องมีหลายมิติมีหลายมุม เราต้องฟังว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เขามีอะไร เป้าหมายเรารู้ เรามีหลายช่องทางที่จะไปถึงเป้าหมายที่เราวางไว้”

เร่งสานต่องานวิจัยเดิมและงานวิจัยเชิงนโยบายภาครัฐ พร้อมผลักดันงานวิจัยใหม่ๆ ด้วย ว.&ท.

ในช่วง 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ วว. นั้น ดร.ชุติมา กล่าวว่า จะเร่งสานต่องานวิจัยเดิมที่มีอยู่ที่กว่า 70 % เป็นสัดส่วนของงานวิจัยพื้นฐานเชิงความรู้และงานวิจัยเชิงนวัตกรรม ที่เหลืออีก 30 % เป็นงานวิจัยเชิงนโยบายภาครัฐ พร้อมผลักดันงานวิจัยใหม่ๆโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการ SME OTOP และประชาชนทั่วไป ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ วว.จะพยายามพัฒนาและสร้างสรรค์งานวิจัยใหม่ๆ สร้างนวัตกรรมและโซลูชั่นที่สร้างมูลค่า ในแต่ละโครงการตามมิติต่าง ๆ ตามความต้องการของตลาด เทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต เทรนด์สุขภาพ ซึ่งจะผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์เป็นที่เกิดการยอมรับให้ได้ ที่สำคัญจะต้องทำงานร่วมกับบุคลากรที่มีความสำคัญยิ่งใน วว. ในหลากหลายความชำนาญต้องเข้าใจในปัจเจกบุคคลในการทำงานของแต่ละส่วนงาน สร้างคน ความสำเร็จขององค์กรวิจัยคือคน ถ้าคนสามารถทำงานเป็นทีมได้งานทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ เพราะคนคือจิ๊กซอว์ในการทำงาน ในแต่ละด้าน จำเป็นที่ผู้บริหารผู้นำต้องต้องดูแลคน เป็นอย่างดี

“การทำงานที่ผ่านมาใน วว.ได้สร้างเรื่ององค์ความรู้เน้นเรื่องคนการทำงานเป็นทีม มองวิธีการวิจัยโดยดูจากการทำงานของตลาดเป็นหลัก ไม่ทำงานวิจัยไว้บนหิ้งโดยไม่เกิดประโจทย์ต่อส่วนรวม พยายามมองหาช่องทางทำอย่างไรให้คนของวว.เก่งขึ้น เพราะพนักงานใน วว.ทุกคนก็เหมือนญาติต้องทำ ทำให้ วว.เป็นบ้านหลังที่ 2ที่เขาจะอยู่ได้ อย่างมีความสุข พร้อมทำงานช่วยเหลือประเทศชาติ เช่น ให้ทุนไปศึกษาต่อในต่างประเทศแล้วนำมาถ่ายทอดสู่คนอื่นๆต่อไป เป็นต้น และ วว. พร้อมทำงานตามนโยบายรัฐบาลทุก ๆรัฐบาลที่เข้ามาและ Roadmap ภายในวว.เอง ให้เกิดมูลค่า ให้ประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"

4 แนวทางในการขับเคลื่อนทำงาน

สำหรับแนวทางในการขับเคลื่อนทำงาน มี 4 แนวทาง คือ ประการแรก มุ่งเน้นงานงานวิจัยทางด้านทรัพยากรชีวภาพ (Bio-based) เป็นฐานในการขับเคลื่อนการทำงาน เนื่องจาก วว. มีความได้เปรียบในด้านนี้เพราะมีการวิจัยและเก็บตัวอย่างความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมากไว้ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมาซึ่งได้รับการยอมรับจากยูเนสโกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล แห่งแรกของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2519 และสถานีวิจัยลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่ทดลองทางการเกษตร ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการเกษตรของ วว.

นอกจากนี้จะเร่งพัฒนาศูนย์พัฒนางานวิจัยต่าง ๆที่ วว. ดูแลให้ตอบโจทย์พัฒนาส่งเสริมสร้างศักยภาพสังคม ชุมชน ประเทศชาติ เช่น ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) บูรณาการการวิจัยและพัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีและบ่มเพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ เพื่อพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตร ดำเนินงานวิจัยและส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร พืชพื้นบ้าน และพืชเศรษฐกิจใหม่ ผัก ผลไม้ เห็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ การวิจัยและพัฒนาสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งทางการเกษตร เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการให้คำปรึกษาและการฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเกษตร, ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ (ศนอ.) มุ่งเน้นวิจัย พัฒนา บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ และให้คำปรึกษาด้านอาหารและเครื่องดื่มฟังก์ชั่นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสาระสำคัญจากธรรมชาติในอาหาร โดยมีทีมนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา เครือข่ายความร่วมมือจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานทางด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เสริมสร้างให้ผู้ประกอบการไทยนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในเชิงพาณิชย์, ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) มุ่งดำเนินงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากลถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่เชิงพาณิชย์ให้บริการวิจัย บริการที่ปรึกษา รวมทั้งบริการวิเคราะห์ทดสอบด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร และให้บริการวิจัย วิเคราะห์ทดสอบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้มาตรฐานยอมรับในระดับสากลและสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า,

ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม (ศนพ.) มุ่งวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านพลังงานสะอาดจากชีวมวล (รวมน้ำเสีย/ของเหลือทิ้ง ของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม และขยะชุมชน) และด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในโครงการต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ, ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ (ศนว.)มุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับวัสดุสุขภาพและการแพทย์ เช่น วัสดุเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ อุปกรณ์อัลตราซาวด์ทางกายภาพบำบัด สารตัวเติมสำหรับกระดูก (Bone Filler) การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับวัสดุพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุตัวกรอง เมมเบรน สารเร่งปฏิกิริยา วัสดุดูดซับ วัสดุเพื่อการบำบัดน้ำ และการเพิ่มมูลค่าวัสดุธรรมชาติสำหรับการใช้งานเป็นวัสดุก่อสร้าง เครื่องประดับตกแต่ง เป็นต้นรวมทั้งยังให้บริการวิเคราะห์ทดสอบสมบัติของวัสดุเซรามิกส์ แร่ พลาสติก พอลิเมอร์ ยางพารา ทางด้านกายภาพ เป็นต้น, ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (ศนย.) มุ่งวิจัยและพัฒนาการวิจัยพัฒนา บริการ และ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ภาคการผลิตและยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้าน Mechatronics เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรอัจฉริยะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้ขับเคลื่อนเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ทั้งในด้านให้คำปรึกษาวิจัยและพัฒนาออกแบบและผลิตเครื่องจักรกลและระบบควบคุมอัตโนมัติตามความต้องการของลูกค้าตลอดจนฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเครื่องจักรกลอัตโนมัติให้แก่ผู้ประกอบการ

ประการที่สอง วว.จะทำงานประสานความร่วมกับผู้รับงานวิจัยทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไปเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์และผู้ให้งานวิจัยทางเชิงพาณิชย์ที่มีความแข็งแกร่ง มีเงินทุนสนับสนุนเข้ามาร่วมทำงานกับทาง วว.เพื่อร่วมกันเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการ SME OTOP และประชาชนทั่วไป สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ สร้างความสมดุลให้เกิดความเข้าถึงงานวิจัย เข้าถึงเทคโนโลยี เครื่องจักรที่ทันสมัยและการรับเทคโนโลยีให้มีการเติมเต็มระหว่างกัน ลดการเลื่อมล้ำทางสังคม โดยให้ทุก ๆคนเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสร้างรายได้แก่ประเทศไทย ประการที่สาม วว.จะเป็น Area-based ให้กับทุก ๆหน่วยงานที่จะเข้ามาขอข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาให้ชุมชนกว่า 60 จังหวัดที่วว.มีฐานข้อมูลนำไปต่อยอดพัฒนาในส่วนงานต่าง ๆต่อไป และประการสุดท้าย วว.จะเป็น Total Solution เชื่อมโยงการทำงานเชิงบูรณาการพื้นที่ที่วว.ลงไปถ่ายทอดองค์ความรู้ หน่วยงานต่าง ๆลงพื้นที่ไปให้ความรู้เพื่อเกาะติดการทำงานจะได้ทราบได้ว่าพื้นที่ใดมีการเติบโตที่ดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพื้นที่ใดควรที่จะลงไปให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอีกบ้างและพื้นที่ไหนยังขาดแคลนการให้ความช่วยเหลือจากหลายงานภาครัฐอีกบ้าง

นอกจากนี้ วว.จะเป็นตัวการันตีในการมองหาแหล่งเงินทุนมาสนับสนุนสานต่อกิจการของผู้ประกอบการ SME OTOP สตาร์ทอัพและประชาชนทั่วไปกับธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอื่น ๆโดยธนาคารเหล่านี้จะดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นหากมีการพัฒนาจากงานวิจัยวว.จะได้เงินสนับสนุนตามรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดต่าง ๆของธนาคารประกอบ โดยหาตลาดและหาพื้นที่จัดจำหน่ายให้ตามโครงการของรัฐบาลอีกด้วย

จับตาโครงการวว.ในอนาคต พร้อมต่อยอดงานวิจัยกัญชาได้ทันที หากสนช.ปลดล็อค

ดร.ชุติมา กล่าวถึงโครงการในอนาคตว่า ได้วางแผนการดำเนินการของวว.ทั้งส่วนของโรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Service Plant : FISP) เป็นโรงงานอาหารมาตรฐานให้บริการผู้ประกอบการอย่างครบวงจร มีภารกิจครบวงจรในการให้บริการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารในระดับห้องปฏิบัติการ บริการบ่มเพาะเทคโนโลยีการผลิตในเชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ผักผลไม้แปรรูป บริการสายการผลิตผลิตภัณฑ์ผักผลไม้แปรรูปและเครื่องดื่มที่ได้มาตรฐาน บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ และรับรองระบบคุณภาพ รวมทั้งบริการที่ปรึกษา (Consultation) การผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร การวางสายการผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างผู้ประกอบการแปรรูปผักผลไม้และเครื่องดื่มใหม่และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการเดิมด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในระดับห้องปฏิบัติการและการบ่มเพาะเทคโนโลยีการผลิตเพื่อการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ

นอกจากนี้ FISP ยังมีบุคลากรวิจัยและพัฒนาที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์กว่า 30 ปี ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร วิศวกรรมอาหาร เพื่อการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม โรงงานของเราเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Manufacturing Practices) มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครันสำหรับให้บริการผู้ประกอบการแปรรูปผักผลไม้และเครื่องดื่ม ประกอบด้วย สายการผลิตผลไม้แช่อิ่มอบแห้ง เครื่องทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง เครื่องทอดสุญญากาศ สายการผลิตเครื่องดื่มระบบ (พาสเจอร์ไรซ์/UHT) ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการในการประกอบธุรกิจ และศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (Innovative Center for Production of Industrially used Microorganisms : ICPIM) มุ่งเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านจุลินทรีย์โพรไบโอติก (Probiotic) ที่ครบวงจรประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ทดสอบจุลินทรีย์โพรไบโอติกมาตรฐาน ISO/IEC 17025, คลังเก็บรักษาสายพันธุ์โพรไบโอติก (Probiotic Bank) ที่เป็นแหล่งรวบรวมและเก็บรักษาจุลินทรีย์โพรไบโอติกประจำถิ่นที่มีศักยภาพ, ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 2 (Biosafety Level 2) สำหรับงานวิจัยพัฒนาเพื่อคัดเลือกจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่มีศักยภาพกับอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ และอาหารนม และระบบกระบวนการผลิตเชื้อจุลินทรีย์ตามมาตรฐานการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice : GMP) เพื่อผลิตจุลินทรีย์โพรไบโอติกสำหรับนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม

สำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของทาง สนช. ในการนำกัญชามาใช้ทางด้านการแพทย์นั้น วว.ก็มีงานวิจัยรองรับในการดำเนินการต่อยอดได้ทันที หากสนช.ปลดล็อคกฎหมายให้สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เป็นการเฉพาะ

เผยได้รับงบประมาณประจำปี 2562 น้อยลง

ดร. ชุติมา กล่าวว่า ในปีพ.ศ. 2562 วว.ได้รับงบประมาณ 1,100 ล้านบาทจากรัฐบาล ซึ่งเป็นงบประจำปีในการนำมาสานต่อภารกิจของ วว. โดยก่อนหน้านี้มีงบกลางจากรัฐบาลในการนำมาส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ (Big Rock) จำนวน 500 ล้านบาทในการลงพื้นที่ใน 10 จังหวัดที่ยากจนตามนโยบายรัฐบาล แต่หากย้อนกลับไปในช่วงก่อนหน้านี้งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ทางวว.เพื่อนำมาดำเนินโยบายต่าง ๆในแต่ละปีนั้นจะอยู่ 1,600 ล้านบาท สำหรับงบประมาณที่ลดลงในปี พ.ศ.2562 นี้ก็จะมีผลกระทบพอสมควรโดยเฉพาะในส่วนงบที่จะนำมาทำงานวิจัย ในการจัดการที่เป็นการลงทุนเชิงชุมชน วว.จะมีงบประมาณในการทำงานร่วมกับชุมชนอยู่มาก เมื่อถูกตัดงบประมาณตรงส่วนนี้ไปก็ต้องมีการเฉลี่ยงบในการทำงาน

“ ถ้าดูผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะค่อนข้างเยอะ เนื่องจากว่ากรรมาธิการพิจารณางบประมาณมองว่ามีหลายหน่วยงานลงไปแล้วอาจจะเกิดความซ้ำซ้อนกันในการพัฒนาพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจากงบประมาณที่ได้รับลดลงในครั้งนี้ หลายๆโครงการจะต้องร่วมกันพัฒนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อาจจะต้องเก็บค่าบริการจากการทำงานร่วมกับ SME OTOP สตาร์ทอัพและประชาชนทั่วไปในสัดส่วน 30% ส่วน วว.จะออกค่าบริการให้ 70% แต่ถ้ารัฐบาลจัดงบประมาณเพิ่มเติมให้ทาง วว. เพิ่มขึ้น วว.ก็จะปรับสัดส่วนเงินงบประมาณลงพื้นที่ให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็นภาระของประชาชนในแต่ละพื้นที่ในแต่ละชุมชน”

ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อลงพื้นที่ชาวบ้าน ชุมชนจะไม่ค่อยมีเงินมาร่วมลงทุนกับ วว.ในการพัฒนาเสริมศักยภาพผลิตภัณฑ์ทั้ง ๆที่พัฒนาแล้วจะได้ประสิทธิผล มีมูลค่า สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นก็ตาม ตรงนี้เอง วว.จึงได้พยายามหาคู่ทางธุรกิจ (Matching) ในการทำธุรกิจกับผู้ประกอบการรายใหญ่ๆที่มีทุนสนับสนุน พร้อมทั้งเจรจากับทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับชุมชนกับชาวบ้านที่ทาง วว.เข้าไปถ่ายทอดงานวิจัย เหมือนเป็นการร่วมกันทำงานด้าน CSR สร้างชุมชนให้เข้มแข็งเป็นพี่ช่วยน้องเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดผลสำเร็จในแต่ละชุมชน เช่น ทางบีโอไอให้เงินทุนกับชุมชนในการนำไปจัดซื้อเครื่องจักรสำหรับอบไม่ให้พืชผลทางการเกษตรชื้น หากชื้นจะเกิดเชื้อราขายไม่ได้ ทางวว.ก็จะนำงานวิจัยที่สร้างผลิตภัณฑ์พืชผลทางการเกษตรแปรรูปขายได้นอกฤดูกาล เช่น ข้าวโพดอบแผ่น มะม่วงแช่อิ่ม เป็นต้น หรือแม้แต่ผู้ประกอบการในชุมชนมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบของเขาอยู่แล้ว และสนใจงานวิจัยที่ทาง วว.มีอยู่เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ ทางวว.ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือขยายผลงานวิจัยให้มีคุณภาพ ดูแลเรื่องการส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการพัฒนาหีบห่อที่บรรจุ แพ็คเกจจิ้งจากศูนย์บรรจุหีบห่อไทยในการสร้างมูลค่า ป้องกันสินค้าผลิตภัณฑ์เสียหายระหว่างการดำเนินการจัดส่ง

“ถ้าอนาคตวว.มีความพร้อมที่จะสร้างผู้ประกอบการให้มีความพร้อมมากขึ้นเป็นฐานกำลังที่สำคัญของเศรษฐกิจของไทย เราจะทำให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างดี”

วว.สร้างรายได้จากบริการต่างๆของศูนย์วว. และบริการงานวิจัยที่หน่วยงานนำไปใช้

ในแต่ละปี วว.จะมีรายได้หลักๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากงานบริการวิเคราะห์ทดสอบ สอบเทียบ จากศูนย์บริการต่าง ๆของ วว. เช่น ศูนย์ทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ, ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา, ศูนย์ทดสอบระบบขนส่งทางราง, ศูนย์บรรจุหีบห่อไทย, ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุและสำนักงานรับรองคุณภาพ รวมกันกว่า 50 % โดยมีตัวอย่างเข้ามารวมกันในแต่ละศูนย์บริการต่าง ๆ ปีละประมาณ 100,000 รายการ ส่วนรายได้ที่เหลือมาจากงานบริการทางงานวิจัยที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และอื่นๆเข้ามาขอรับงานวิจัยไปใช้ ซึ่งวว.จะคิดค่าบริการถูกมาก เช่น ค่าบริการการทดสอบทางรางจากศูนย์ทดสอบระบบขนส่งทางรางที่ถูกว่าการนำไปทดสอบยังต่างประเทศเช่นในออสเตรเลียถึง 10 เท่า รวมทั้งการรับรองคุณภาพของสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆจากสำนักรับรองระบบคุณภาพ เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดของ วว.แล้วในแต่ละปีก็จะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท

วว. เดินหน้าปรับตัวและเตรียมความพร้อม รับโครงสร้างกระทรวงใหม่

สำหรับโครงสร้างกระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นกระทรวงใหม่ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ ในเรื่องนี้ ผู้ว่าววว . มองว่า หากกระทรวงใหม่ผ่านการพิจารณา และก่อตั้งเป็นรูปธรรม วว.จะอยู่ในส่วนของงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบบ้างในการจัดการงบประมาณในส่วนของกองทุน คือหากงานวิจัยที่วว.มีอยู่ ไม่ได้อยู่ในเป้าหมายงานวิจัยของประเทศก็จะได้รับงบประมาณสนับสนุนยากขึ้น ซึ่งตรงนี้วว.ก็ต้องพัฒนาตัวเองที่จะต้องเข้าไป แข่งขันทำงานวิจัยในกรอบกติกาที่กำหนดกับหน่วยงานวิจัยในสังกัดกระทรวงใหม่กับอีกมหาวิทยาลัย 25 แห่ง แต่เชื่อว่ารูปแบบงบประมาณใหม่น่าจะบังคับใช้ในปีพ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ก็ยังพอมีเวลาให้ วว. เร่งปรับตัวและเตรียมความพร้อมในการทำงานภายใต้โครงสร้างใหม่ที่จะเกิดขึ้น

Main


ข่าวใหม่

•  เสียวหมี่ เผยราคา Mi MIX 3 สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ในไทยเริ่มต้นที่ 18,999 บาท  [10 ธ.ค. 2561]

•  NIA จับมือภาครัฐ-เอกชน จัดกิจกรรม Inno4farmers เฟ้นหานวัตกรรมการเกษตร 3 สาขาที่จำเป็นสำหรับประเทศ  [10 ธ.ค. 2561]

•  นิช คาร์ กรุ๊ป เปิดตัวสุดยอดยานยนต์ซูเปอร์คาร์ “แมคลาเรน 600 แอลที” แรงและเร็วเปรียบดั่งกระสุนเงิน เป็นครั้งแรกในไทย [7 ธ.ค. 2561]

•  สกว.-สนช.-สวพ.ทบ. บริหารงานวิจัยเพื่ออนาคตยางพาราไทย [7 ธ.ค. 2561]

•  บ้านปูฯ เดินหน้าขยายฐานพลังงานสะอาด เปิดตัว Banpu Power Japan สาขาโตเกียว อย่างเป็นทางการ [7 ธ.ค. 2561]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260