พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพุธที่12
ธันวาคม 2561

» DHL จัดแสดงเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ “DHL Auto-Mobility Discovery Fair”


DHL ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศแบบ Door-to-Door Service มีบริการไปรับสินค้าและจัดส่งให้ถึงที่ ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 มีจุดแข็งที่การให้บริการครอบคลุมทุกธุรกิจตั้งแต่รายเล็กจนถึงรายใหญ่ เครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 220 ประเทศ และการันตีส่งเร็วภายใน 1-2 วันทำการ จัดแสดงเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ “DHL Auto-Mobility Discovery Fair” เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยานยนต์สู่อนาคต

ฟาธิ แทตลี ประธานบริหารด้านออโต้ โมบิลิตี้ (Global) หน่วยงานนวัตกรรมและโซลูชั่นสำหรับลูกค้า DHL กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจในเครือ Deutsche Post DHL Group มีด้วยกัน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย DHL Supply Chain, DHL Express , DHL Global Forwarding และ DHL eCommerce กลุ่มบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรให้กับลูกค้าทั่วไป ภายใต้ดิจิทัลแพลตฟอร์มซึ่งมีการวางแผนเส้นทางและวิธีการจัดส่งอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับรูปแบบการจัดส่งที่มีความหลากหลาย มีจุดแข็งที่การให้บริการครอบคลุมทุกธุรกิจตั้งแต่รายเล็กจนถึงรายใหญ่ เครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 220 ประเทศ และการันตีส่งเร็วภายใน 1-2 วันทำการจัดส่งโดยพนักงานเดินส่งพัสดุ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุก เพื่อให้บริการจัดส่งที่รวดเร็วและคล่องตัวที่สุดในสภาพแวดล้อมชุมชนเมืองที่มีความหนาแน่นและซับซ้อน

DHL นำนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับโลจิสติกส์
ร่วมกับโซลูชั่นต่างๆ สร้างโอกาสธุรกิจโลจิสติกส์

สำหรับในประเทศไทย DHL มีพนักงานกว่า 12,000 คน ในสถานที่ปฏิบัติงาน 70 แห่ง โดยมีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ารวมพื้นที่กว่า 650,000 ตารางเมตร และรถขนส่งกว่า 4,000 คัน รองรับธุรกิจขนส่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สินค้าและสิ่งของต่าง ๆ ที่ลูกค้าวางใจให้ DHLนำส่งจากต้นทางสู่ปลายทางถึงมือผู้รับอย่างพิถีพิถันคงสภาพเดิมทุกอย่าง ซึ่ง DHL ได้ร่วมกับทางเครือข่ายของกลุ่มต่าง ๆ ในบริษัทฯ และพันธมิตรทางการค้าร่วมกันคิดค้นพัฒนารูปแบบการขนส่งสร้างโอกาสให้กับธุรกิจโดยคำนึงถึงลูกค้า คุณภาพ แม่นยำ ถูกต้อง และตรงเวลา ทั้งนี้สภาพของสินค้าที่นำส่งมีความสมบูรณ์ ไม่แตกหรือบุบสลาย ไม่ว่าจะเป็นการแยกส่วนยานยนต์เพื่อนำไปประกอบยังปลายทาง DHLพิถีพิถันในทุกขั้นตอนทั้งก่อนและระหว่างการขนส่ง

DHL มีการนำนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์โดยเฉพาะร่วมกับโซลูชั่นต่าง ๆ ในบริษัทฯ เช่น DHL Transport Management Center ศูนย์บริหารการขนส่ง DHLที่เชื่อมต่อกับระบบเทเลเมติกส์ (Telematics) ที่ติดตั้งบนรถขนส่ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกลุ่มยานยนต์ขนส่ง การตรวจสอบสถานะ และการพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถ รวมถึงเพิ่มการตรวจสอบสถานะและความปลอดภัยของตัวสินค้า, On Demand Delivery โซลูชั่นตอบโจทย์อีคอมเมิร์ซซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบควบคุมวันที่ เวลา สถานที่จัดส่ง ผ่านอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายๆ, Vision Picking Augmented Reality (AR) Wearable เทคโนโลยีแว่นอัจฉริยะคุณภาพสูง สวมใส่เพื่อช่วยในการฝึกอบรมการทำงานของบุคลากร แสดงข้อมูลที่ชัดเจนในการสร้างภาพเสมือนจริง (Augmented Reality) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในคลังสินค้าของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น, Ring Scanner เครื่องสแกนระบบบลูทูธแบบสวมนิ้ว ช่วยให้สแกนบาร์โค้ดได้อย่างรวดเร็วโดยที่พนักงานยังมีมือว่างสำหรับทำงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ในเวลาเดียวกัน, Resilience360 ซึ่งเป็นระบบแพลตฟอร์มการบริหารความเสี่ยงในซัพพลายเชนที่ทำงานบนคลาวด์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถประเมินจุดที่จะเกิดความเสี่ยงเพื่อวางแผนการรับมือได้ล่วงหน้า, IoT Blockchain Application และการนำโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับเข้ามาใช้ในการขนส่ง เช่น ขนส่งยาและเวชภัณฑ์ที่มีน้ำหนัก 5-10 กิโลกรัม สำหรับส่งลูกค้าที่โรงพยาบาล ชุมชน พื้นที่ห่างไกลบนภูเขาที่รถสัญจรเข้าไม่ถึง หรือส่งข้ามแม่น้ำ เมื่อนำโดรนมาใช้พบว่าช่วยประหยัดค่าขนส่งที่รถนำส่งต้องวิ่งอ้อมเส้นทางได้ 20-25%

ฟาธิ แทตลี กล่าวว่า ขณะนี้ DHL ได้พัฒนารูปแบบนำรถยนต์ 4 ล้อ ที่ติดแผง Solar Panel ในตัวรถสำหรับเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนขนส่งสินค้าจำนวน 20,000 คัน เป็นรถนำส่งสินค้าและบริการในพื้นที่ตัวเมือง เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และอื่น ๆ ที่รถขนาดใหญ่ เช่น รถพ่วง 18 ล้อ, รถ 10 ล้อ ไม่สามารถเข้าในพื้นที่เหล่านั้นได้ ส่วนในอนาคตกำลังศึกษาการนำรถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) เข้ามาให้บริการส่งสินค้าด้วย คาดว่าอีก 2-3 ปีจะนำมาทดลองวิ่งได้

DHL ลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

อิลฮามี อัสลันอ็อกลู รองประธานบริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฝ่ายออโต้โมทีฟ หน่วยงานนวัตกรรมและโซลูชั่นสำหรับลูกค้า DHL กล่าวว่า DHL ได้ลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี ดิจิทัลต่าง ๆในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร จะเห็นได้จากการดำเนินธุรกิจของ DHL ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วในทุก ๆ ประเทศที่ DHL เข้าไปทำธุรกิจ

ในอดีต DHL มุ่งมั่นในการทำธุรกิจเจาะกลุ่มในแบบ B2B (Business-to-Business) มาโดยตลอด แต่วันนี้ผู้บริหารมองว่า การเติบโตของแบบ B2C (Business-to-Consumer) เริ่มมีการเติบโตต่อเนื่องสูงถึง 20% ต่อปี และแบบ C2C (Consumer-to-Consumer) ก็เติบโตอย่างรวดเร็วตามพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการดูแลกลุ่มผู้บริโภคทุก ๆ กลุ่ม

DHL เชื่อมั่นไทยในการเป็นฐานธุรกิจ เชื่อมโยงไปสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับประเทศไทย DHLได้เข้ามาทำธุรกิจกว่า 46 ปีแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดีจากทุก ๆ กลุ่มลูกค้าและเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เฉลี่ยกลุ่มละ 10-15% แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจที่ชะลอตัวบ้างในบางช่วง แต่ DHL ก็มั่นใจในการนำเสนอโซลูชั่น นวัตกรรมต่าง ๆ ผ่านกลุ่มธุรกิจของ DHLในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญในการทำธุรกิจเชื่อมโยงไปสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวมทั้งมีพนักงาน และนักวิจัยที่พร้อมร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมทางด้านการขนส่ง ทางด้านการค้า ในรูปแบบใหม่ ๆ และมีพื้นที่การค้าการลงทุนที่เปิดกว้าง เช่น ในเขตพื้นที่ EEC เป็นต้น

ในประเทศไทยนั้นกลุ่มลูกค้าของ DHL นั้นมีทุก ๆ กลุ่ม แต่กลุ่มที่เข้ามาใช้บริการเป็นลำดับต้นๆ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก สินค้าอุปโภค-บริโภค ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไทยเติบโตก้าวกระโดดเร็วมาก จะเห็นได้จากสถิติยอดนำส่งกับ DHLกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซเมื่อปี พ.ศ. 2560 สูงถึงกว่า 40%

“การที่ลูกค้าไว้วางใจให้ DHL จัดส่งให้นั้นมาจากพนักงานของ DHL มีการแพ็กหีบห่อสินค้าด้วยความระมัดระวัง จัดห่อใส่กล่องกันกระแทกหลายชั้นป้องกันสินค้าเสียหายระหว่างการนำส่งปลายทาง การส่งก็รวดเร็ว ตรวจสอบได้ตลอดเส้นทางการนำส่งด้วยระบบดิจิทัล เทคโนโลยีที่คิดค้นเองและคิดค้นร่วมกับพันธมิตรทางการค้ามาอย่างยาวนานกว่า 46 ปี นำส่งสินค้าจากต้นทางสู่ปลายทางทั้งที่เป็นลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ ๆ และพนักงานที่ขับรถนำส่งก็มีความพร้อม มีระบบเตือนหากเกิดอาการง่วงหรือขับรถออกนอกเส้นทางด้วยระบบติดตาม GPS จึงมั่นใจว่าปลอดภัยไร้อุบัติเหตุอย่างแน่นอนส่วนเรื่องราคาการดำเนินการจัดส่งนั้นมีการนำเสนอราคาที่ชัดเจนแก่ลูกค้าตามแพ็กเกจ ระยะทางการนำส่ง ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ทางรถยนต์ ทางเรือ และทางอากาศ ทุกรูปแบบ สามารถตรวจสอบได้ที่ศูนย์บริการ DHL ทุก ๆ แห่ง” รองประธานบริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฝ่ายออโต้โมทีฟ หน่วยงานนวัตกรรมและโซลูชั่นสำหรับลูกค้า DHL กล่าว

Main


ข่าวใหม่

•  ซีเมนส์ชมแผนพีดีพีไทยต้นแบบสร้างสรรค์ความยั่งยืนด้านพลังงาน [15 มี.ค. 2562]

•  สถาบันพลาสติก จับมือ เอ็มเฟค นำเทคโนโลยีไอโอที พัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0  [15 มี.ค. 2562]

•  แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ จัดงานแสดงเทคโนโลยี 3DEXPERIENCE Forum Asia Pacific South 2019  [15 มี.ค. 2562]

•  PTG เดินหน้าจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ที่สถานีบริการน้ำมัน พีที สาขาเขาย้อย 2 จังหวัดเพชรบุรี [15 มี.ค. 2562]

•  บราเดอร์ โปรโมท ‘ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ’ ขึ้นแท่นเอ็มดีคนไทยคนแรก  [13 มี.ค. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260