พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันพุธที่12
ธันวาคม 2561

» ไบโอเทค พัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียวหอม “น่าน59” ตอบโจทย์เกษตรกรทั้งราคา -ผลผลิต


ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดค้นและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” ซึ่งต่อยอดมาจากสายพันธุ์ กข6 ต้นเตี้ยทนต่อการหักล้ม ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการเจริญเติบโต เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง ดินเค็ม ดินกรด ช่วยให้ผลผลิตสูง เก็บเกี่ยวง่ายเนื่องจากต้นเตี้ย เพื่อสนับสนุนกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว ในจังหวัดน่าน

ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไบโอเทค กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียวในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เป็นยุทธศาสตร์อู่ข้าวอู่น้ำของไทย ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ร่วมกันคิดค้นวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียว โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีด้านโมเลกุลเครื่องหมายในการคัดเลือกและจำแนกสายพันธุ์ข้าวเหนียว พัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวเหนียวของประเทศไทยให้มีคุณภาพดีเหมาะสมตามสภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ความทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ เพื่อให้การเพาะปลูกข้าวเหนียวของเกษตรกรในแต่ละครั้งได้ผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ได้ราคาดี และนำไปเก็บไว้สำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องลำบากเรื่องการหาเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกอีกต่อไป

ไบโอเทคได้ใช้เวลาคิดค้นและพัฒนาในห้อง Lab กว่า 3 ปี จึงได้เมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” ที่ต่อยอดมาจากสายพันธุ์ กข6 ที่มีคุณสมบัติต้นเตี้ย ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง ซึ่งเกษตรกรนิยมปลูกกันมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” ที่คิดค้นได้นี้ มีคุณสมบัติให้ผลผลิตสูง ต้นเตี้ยทนต่อการหักล้มเมื่อต้นข้าวออกรวง และทนแรงลมพัดหักโค่น อีกทั้งการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องจักรก็สะดวกมากกว่าสายพันธุ์เดิม ตอบโจทย์การผลิตในยุคแรงงานเกษตรหายาก และค่าจ้างแรงงานสูง โดยได้เปิดตัวในกิจกรรม “วันเกษตรกรระดับเครือข่าย (Field Day)” ประจำฤดูปลูก 2561 ณ แปลงสาธิตผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ กลุ่มชาวนาบ้านบุญเรือง ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน และได้รับความสนใจจากกลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่และนอกพื้นที่นำเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน 59” ไปเพาะปลูกในพื้นที่ของตนเองในฤดูกาลเพาะปลูกหน้า

“ในอนาคตคาดหวังว่า การวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวของไบโอเทคจะสามารถขยายสู่ชุมชนเกษตรกรเครือข่ายจังหวัดอื่น ๆ เพื่อยกระดับการเพาะปลูก การสร้างเครือข่ายเกษตรกรให้เข้มแข็ง สร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรไทยให้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเมื่อผลผลิตมีคุณภาพ ขายได้ราคา สร้างเครือข่ายวิถีชีวิตเกษตรกรกับนักวิทยาศาสตร์ให้ช่วยกันพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวสายพันธุ์ใหม่ ๆ สายพันธุ์ดี ตอบโจทย์ของชาวนาไทยทั้งเก็บไว้ใช้เพาะปลูกเองและจำหน่ายในตลาดให้มากยิ่งขึ้น ช่วยสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มเกษตรกรชาวนา ต่อยอดจากชุมชนหนึ่งสู่ชุมชนหนึ่งอย่างมีประสิทธิภาพ” ผู้อำนวยการ ไบโอเทค กล่าว

เมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” ผลผลิตสูง -เก็บเกี่ยวง่าย

ดร.บุญรัตน์ จงดี หัวหน้าโครงการ การพัฒนาศักยภาพการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อความมั่นคงและยั่งยืน ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. กล่าวว่า ข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” ซึ่งพัฒนามาจากข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 ต้นเตี้ย ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง จำนวน 11 กลุ่ม จากทั้งหมด 13 กลุ่ม มีความสูงประมาณ 110 เซนติเมตร ลำต้นแข็ง ไม่หักล้ม สามารถทนทานต่อแรงลมเนื่องจากมีขนาดลำต้นเตี้ย ใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวแทนการใช้แรงงานคน ข้าวแตกกอดี ให้ผลผลิตที่เจริญงอกงามดี เหมาะสมกับการนำมาปลูกจริงในพื้นที่ของเกษตรกร โดยให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 600-700 กิโลกรัมต่อไร่ และในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ เมล็ดข้าวเรียว หลังขัดสีไม่แตกหัก มีคุณภาพการหุงต้มดี มีความหอม และยังมีความเหนียวนุ่มคล้ายข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ทดลองปลูกและได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ

ชาวนาอ.เวียงสาทดลองปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” ตอบโจทย์ทั้งราคาและผลผลิต

สินธ์ พรหมพิชัย ประธานเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ พันธุ์ดีจังหวัดน่าน กล่าวว่า เครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์พันธุ์ดีจังหวัดน่าน เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในจังหวัดน่านทั้งหมด 11 เครือข่าย โดยมีมูลนิธิฮักเมืองน่านเป็นผู้ประสานงาน ได้รับพันธุ์ข้าวที่มีคุณสมบัติในการต้านทานโรคไหม้ และมีคุณภาพการกิน เท่าเทียมกับพันธุ์ กข6 จาก ไบโอเทค สวทช. จำนวน 25 สายพันธุ์ ซึ่งได้นำมาทดลองปลูกและคัดเลือกพันธุ์โดยเกษตรกร จนกระทั่งเกิดเป็นพันธุ์ข้าว “ธัญสิริน” ซึ่งเป็นชื่อพันธุ์ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อมา สวทช. ได้สนับสนุนสายพันธุ์ข้าว กข6 ต้นเตี้ย ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง เพื่อยกระดับการผลิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกในเครือข่ายฯ ซึ่งจังหวัดน่านเป็นกลุ่มแรก ๆ ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ กข6 ต้นเตี้ย และได้นำไปปลูกอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจนถึงปัจจุบัน สายพันธุ์ดังกล่าวให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี ต้านทานโรคและไม่หักล้ม

ต่อมาทางเครือข่ายฯ ได้คัดเลือก ข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 เบอร์17 และ 18 ให้ไบโอเทคนำไปพัฒนาต่อยอดการวิจัยเนื่องจากพบว่า สองสายพันธุ์นี้มีความเหมาะสมในพื้นที่เพาะปลูกของชาวนาในเครือข่ายฯ ที่สุดจนเกิดเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน59” และได้ทำการนำไปทดลองปลูกจริงในพื้นที่ของชาวนาอำเภอเวียงสาในกลุ่มฯ ประมาณ 30 ไร่ ซึ่งได้ผลผลิตที่ดีที่มีความเหมาะสมสามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ผลผลิตต่อไร่ก็สูงขึ้นจากเดิมที่เคยได้ 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ มาเป็น 600-700 กิโลกรัมต่อไร่ และจำหน่ายได้ราคาดีขึ้นกว่าเดิมที่เคยจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 8-10 บาท มาเป็นกิโลกรัม 25-30 บาท ไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดเพราะยังมีการทดลองปลูกและเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วนในฤดูกาลต่อไปจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกให้มากขึ้นเป็น 60-70 ไร่ ส่วนหนึ่งจะนำไปจำหน่ายตามที่ตลาดต้องการและนำไปเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป จากนั้นค่อย ๆ นำไปส่งเสริมให้ชาวนาในพื้นที่อื่น ๆ ทดลองปลูกตาม

“นอกจากความรู้ที่ได้จากการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวจากไบโอเทคแล้ว ทางเครือข่ายฯได้รับความรู้ให้เป็นชาวนาที่ช่างสังเกต ช่างจด ช่างจำ และควรทำบัญชีสมุดรายรับรายจ่ายจากทางนักวิจัยไบโอเทค เพื่อให้ทราบการเพาะปลูกในแต่ฤดูกาลผลิตว่าเกิดปัญหาอะไรบ้าง พบเจอโรคอะไรที่ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกบ้าง ใช้วิถีภูมิปัญญาไทยอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้นำมาวิเคราะห์ผลที่เกิดแล้วนำไปปรับใช้ต่อไป จากเดิมเครือข่ายฯ ทำนาแบบไม่มีแนวทางเพื่อประทังเลี้ยงปากท้องตามวิถีชาวนา มุ่งขายให้ได้รายได้ที่สูง จนลืมดูแลสุขภาพตนเองและคนรอบข้าง แต่เมื่อไบโอเทคและหน่วยราชการอื่น ๆ เข้ามาช่วยเหลือทำให้มีวิถีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รู้จักเก็บออม รู้จักพอเพียง สร้างความเข้มแข็งให้ตนเองและชุมชนมากขึ้น” ประธานเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ พันธุ์ดีจังหวัดน่าน กล่าว

Main


ข่าวใหม่

•  ซีเมนส์ชมแผนพีดีพีไทยต้นแบบสร้างสรรค์ความยั่งยืนด้านพลังงาน [15 มี.ค. 2562]

•  สถาบันพลาสติก จับมือ เอ็มเฟค นำเทคโนโลยีไอโอที พัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0  [15 มี.ค. 2562]

•  แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ จัดงานแสดงเทคโนโลยี 3DEXPERIENCE Forum Asia Pacific South 2019  [15 มี.ค. 2562]

•  PTG เดินหน้าจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ที่สถานีบริการน้ำมัน พีที สาขาเขาย้อย 2 จังหวัดเพชรบุรี [15 มี.ค. 2562]

•  บราเดอร์ โปรโมท ‘ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ’ ขึ้นแท่นเอ็มดีคนไทยคนแรก  [13 มี.ค. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260