พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่8
มกราคม 2562

» สภาวิศวกร - วสท. -สำนักการโยธาฯ กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารถล่มซอยรามคำแหง 51/2


จากกรณีที่อาคารร้างบนถนนรามคำแหง ระหว่างธนาคารออมสิน สาขารามคำแหง กับปากซอยรามคำแหง 51/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถล่มลงมาระหว่างการรื้อถอนเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และประชาชนที่สัญจรไปมาเกิดความโกลาหล ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น รายงานข่าวแจ้งว่าผู้บาดเจ็บเป็นคนเดินบนทางเท้า 2 ราย คือ โสภิตา ทองเกิด อายุ 23 ปี นำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรเวช และ นภาพร ศรีบุญเรือง อายุ 54 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลรามคำแหง โดยถูกเศษอิฐ เศษปูนหล่นใส่ศีรษะแตก และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว

ล่าสุดในช่วงเช้าของวันนี้ (8 มกราคม 2562) สภาวิศวกร ร่วมด้วย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) สำนักการโยธาและผังเมือง กรุงเทพมหานครพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและวิเคราะห์สาเหตุของตึกทรุดตัวถล่มลงมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า เบื้องต้น ต้องตรวจสอบแผนการรื้อถอน ว่า เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ พร้อมตรวจสอบนักวิศวกรว่า มีความเชี่ยวชาญเพียงพอในการควบคุมการรื้อถอนอาคารที่มีอายุเก่าถึง 40 ปี หรือไม่เพียงใด โดยหลังจากนี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าให้ข้อมูล คาดว่า จะใช้ระยะเวลาสอบสวนไม่เกิน 3 เดือน หากพบข้อผิดพลาดที่เกิดเหตุขึ้นจากตัวบุคคล มีโทษสูงสุดในการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

ส่วนในประเด็นอื่น ๆ จะต้องหารือกับทุก ๆฝ่ายโดยเฉพาะการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่โดยตรงว่าจะมีการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นเฉกเช่นเดียวกับเหตุดังกล่าวในอนาคต มีแผนรองรับอย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยแก่คนทุก ๆคนในพื้นที่ดังกล่าว

รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า ผู้รับเหมาได้นำรถแบ็กโฮเข้ามารื้อถอน ขณะทำการรื้อถอนจากด้านในตัวระเบียงนั้น ส่งผลให้แผ่นปูนที่เป็นกำแพงผนังของชั้น 2 รับแรงกระแทกไม่ไหว จึงหลุดลงมากระแทกกับกันสาดด้านล่าง เป็นเหตุให้เกิดการถล่มลงมา จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนการขออนุญาตการรื้อถอนตึกนั้นได้มีการขออนุญาตรื้อถอนอย่างถูกต้อง และมีวิศวกรดูแลควบคุมงาน แต่เบื้องต้นคาดว่าตัวอาคารมีสภาพค่อนข้างเก่าและมีความชำรุดหลายจุดที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จึงอาจจะทำให้การรื้อถอนเกิดความผิดพลาดจนทำให้ตัวอาคารบางส่วนทรุดตัวลง สำหรับเหตุที่ทำให้อาคารดังกล่าวทรุดและถล่มลงมานั้นต้องใช้วิศวกรผู้ชำนาญการและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันบูรณาการตรวจสอบให้ได้ทราบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ในระหว่างการรื้อถอนต้องห้ามคนเดินผ่านบริเวณทางเท้าหน้าอาคารเด็ดขาด ส่วนธนาคารออมสิน ที่ติดกับอาคารดังกล่าว จะต้องตรวจสอบความมั่นคงของตัวอาคาร เพื่อความปลอดภัย

รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่าอาคารดังกล่าวมีอายุเก่าแก่ 40-50 ปี การดำเนินการรื้อถอนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงต้องมีวิศวกรควบคุมการรื้อถอน ซึ่งการรื้อถอนและเกิดเหตุดังกล่าวยอมรับว่าเป็นอุบัติเหตุที่ยากคาดเดาได้ แต่ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะมีสาเหตุอาจเกิดจากความบกพร่องของโครงสร้างอาคาร ทั้งนี้การดำเนินการรื้อถอนต้องเริ่ม ตั้งแต่ การวิเคราะห์ เพื่อวางแผนรื้อถอน วิธีการรื้อถอน อุปกรณ์เครื่องจักรที่นำมาใช้ต้องเหมาะสมและปลอดภัย มีการป้องกันฝุ่นละอองและเศษซาก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

นพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธาและผังเมือง กรุงเทพมหานครกล่าวว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น เดิมคืออาคารสุขสว่าง ประกอบด้วยร้านอาหาร โอ.เค.คอร์เนอร์ ชั้นบนให้เช่าทำสำนักงาน ภายหลังได้เลิกกิจการ แล้วประกอบธุรกิจร้านจำหน่ายคู่มือเตรียมสอบราชการ ก่อนถูกเวนคืนเพื่อก่อสร้างปล่องระบายอากาศ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) สัญญา 2 ช่วงสถานีรามคำแหง 12 ถึงสถานีหัวหมาก ก่อสร้างโดยกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)

“ทางสำนักงานเขตฯ เคยสั่งให้ระงับการรื้อถอนไปแล้วเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2561ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สาธารณะ และมีประชาชนสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมากประกอบกับมีผู้ร้องเรียนว่าระหว่างการรื้อถอนมักจะมีเศษชิ้นส่วนตกหล่นลงมาจึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อประชาชน แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าแผงกั้นที่ป้องกันวัสดุตกหล่นไม่เป็นไปตามแผนที่ยื่นกับทางสำนักงานเขตไว้ก่อนหน้านี้ จึงได้สั่งระงับก่อสร้างพร้อมให้ไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง แต่เรื่องดังกล่าวกลับเงียบไป จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว จึงได้สั่งให้ระงับการรื้อถอนทันทีในขณะนี้เพื่อรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และหาผู้รับผิดชอบมาดำเนินคดีต่อไป” ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร กล่าว

สำหรับอาคารของธนาคารออมสิน ที่อยู่ติดกับอาคารที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทางสำนักงานเขตบางกะปิ มีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไข บริเวณขั้นที่เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในระหว่างนี้ให้มีการหยุดใช้ตัวอาคารดังกล่าวจนกว่าจะมีการแก้ไขต่อไป

Main


ข่าวใหม่

•  มธ.ผนึกกำลัง 4 บริษัทพัฒนา ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ขับเคลื่อนสู่ Thammasat Smart City  [22 พ.ค. 2562]

•  นาโนเทค จับมือเอกชน พัฒนานวัตกรรมไฮโดรเจลอาหารลูกกุ้งสูตรไร้ปลาป่น เพิ่มมูลค่าอุตฯ อาหารสัตว์น้ำ [21 พ.ค. 2562]

•  บี.กริม เพาเวอร์ จับมือ LG Chem พัฒนาระบบจัดการการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่สำหรับโรงไฟฟ้าบีกริม  [21 พ.ค. 2562]

•  นักวิจัยสกสว.หนุนอำเภอ เชื่อมโจทย์ชุมชน สู่ยุทธศาสตร์จังหวัด [21 พ.ค. 2562]

•  Airbnb จับมือ ธนาคารออมสิน ยกระดับโฮมสเตย์ไทย เพิ่มรายได้ท่องเที่ยวให้ชุมชน [21 พ.ค. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260