พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่26
มีนาคม 2562

» ศูนย์ไบโอเทค ตั้งโรงงาน Plant Factory ในอุทยานวิทย์ฯ


สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ตั้งโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี ภายใต้โครงการพัฒนาพิเศษขนาดใหญ่ หรือ Big Rock เพื่อเป็นโรงงานวิจัยเรียนรู้กระบวนการผลิตพืชให้มีมูลค่าและมีคุณภาพสูงขึ้นจนกลายเป็นสินค้าการเกษตรเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ตลาดการค้า

ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า โรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory ภายใต้โครงการพัฒนาพิเศษขนาดใหญ่ หรือ Big Rock มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตรในการผลิตอาหารของประเทศในอนาคตตามแนววิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ โดยโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี เป็นเทคโนโลยีการผลิตพืชในระบบปิดหรือกึ่งปิด ที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งไบโอเทคได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงงานผลิตพืชด้วยแสงไฟเทียม หรือ Plant Factories with Artificial Lighting (PFALs) จากมหาวิทยาลัยชิบะ ประเทศญี่ปุ่น และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์โทโยกิ โคไซ (Prof. Toyoki Kozai) บิดา Plant Factory ของโลกมาเป็นที่ปรึกษาในโครงการดังกล่าว

Plant Factory ได้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากองค์ความรู้แขนงต่างๆ ทั้งด้านสรีรวิทยาพืช การเกษตร วิศวกรรม รวมถึงการจัดการเทคโนโลยี ที่มีจุดเด่นสามารถผลิตพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงทั้งด้านอัตราการผลิต ผลผลิตต่อพื้นที่ต่อเวลา และการใช้ทรัพยากรในการผลิต โดยสามารถเพิ่มคุณภาพของพืชได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการปรับช่วงแสง ความเข้มของแสงโดยใช้แหล่งกำเนิดจากแสงหลอดไฟ LED แทนแสงอาทิตย์ภายนอกเป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโต เช่น ใช้แสงสีน้ำเงินเร่งการเจริญเติบโตช่วงทำใบ หรือใช้แสงสีแดงช่วงเร่งการทำดอก เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อการเกษตรกรตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม การให้อุณหภูมิที่พอเหมาะสม่ำเสมอในทุกๆช่วงเวลา ความชื้น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เหมาะสมในการสังเคราะห์แสงของพืชแต่ละชนิด รวมทั้งการเพิ่มวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดที่ใช้เป็นยารักษาโรค ผิวสัมผัส รสชาติ และอายุหลังการเก็บเกี่ยว ยาวนานขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต่อทุกๆคนเพราะไม่ได้ใช้สารเคมีในการปลูกทำให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยอย่างแท้จริง สร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตให้กลายเป็นสินค้าทางการเกษตรระดับพรีเมียมเกรด ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดการค้าที่เน้นผลิตภัณฑ์จากพืชผักสมุนไพรต่าง ๆที่ปลอดสารพิษสารเคมีมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน

ดร.เฉลิมพล เกิดมณี หัวหน้าห้องปฏิบัติการสรีรวิทยาและชีวเคมีด้านพืช ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory เป็นเทคโนโลยีผลิตพืชในระบบปิดหรือกึ่งปิด มีการบูรณาการองค์ความรู้ต่าง ๆที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมทำงานวิจัยร่วมกับเจ้าของเทคโนโลยีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งภายในโรงงานผลิตพืชนี้จะมีงานวิจัยทดลองปลูกพืชมากมาย ทั้งจากพืชสมุนไพรไทย เช่น บัวบก ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน พืชผักที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น สตรอเบอรี่ พืชนอกฤดู เช่น การปลูกผักชี ในช่วงฤดูฝน ที่ราคาผักชีจะค่อนข้างมีราคาที่สูงมากในท้องตลาด ลดการปนเปื้อนจากโรค และลดการปนเปื้อนจากโลหะหลักทางการเกษตร และผลิตพืชที่นำไปใช้งานได้ทันทีสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการปลูกพืช จึงปรับให้ปลูกพืชที่มีความต้องการสูง มีมูลค่าเป็นสินค้าระดับพรีเมียมเกรดและที่สำคัญสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีไม่ขึ้นกับฤดูการปลูกพืชสามารถปลูกพืชได้ในทุก ๆ สภาพอากาศ และในทุกๆ พื้นที่ รวมทั้งไม่ได้รับผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ พืชแต่ละชนิดปลูกซ้อนกันได้ถึง 10 ชั้น โดยขึ้นอยู่กับชนิดของพืชตามการออกแบบของทั้งผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นและชาวไทยที่ต้องการให้โรงงานผลิตพืชนี้เหมาะสมกับประเทศไทย โดยเลือกใช้หลอดไฟ LED เป็นแหล่งกำเนิดของแสง เนื่องจากให้ความร้อนน้อยกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ ประหยัดไฟมากกว่า ให้ความร้อนน้อย ประหยัดไฟ และสามารถเลือกสีของแสงตามความเหมาะสมของต้นพืช ผลิตพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงทั้งด้านอัตราการผลิต และการใช้ทรัพยากรในการผลิต สามารถให้ผลผลิตสูงมากขึ้น 10 เท่าตัว

“ในการปลูกพืชแต่ละชนิดเราจะเอาองค์ความรู้เรื่องการให้น้ำและให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชแต่ละชนิดเข้ามาใช้ด้วยเพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำและธาตุอาหาร โดยใช้น้ำเพียง 10% และใช้ปุ๋ยเพียง 25% เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกพืชแบบดั้งเดิมที่ปลูกกันแบบระบบเปิดทั่วไปตามธรรมชาติ อีกทั้งช่วยช่วยเพิ่มศักยภาพการตลาดที่มีความเติบโต ในด้านการผลิตพืชเชิงอุตสาหกรรม ป้อนอุตสาหกรรมยา เวชสำอาง และการผลิตพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง หรือ Functional Food สำหรับผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารอ่อนทางสายยางเพื่อให้อาหารที่ปลอดภัย สะดวกเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยในปริมาณที่เหมาะสมปลอดสารพิษสารเคมีต่างๆเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน รวมทั้งการผลิตพืชมูลค่าสูง ที่ไม่สามารถปลูกได้ในระบบปกติ ที่สำคัญคือเราสามารถที่จะคัดเลือกพันธุ์พืชปลูกได้ตามความต้องการ และสามารถถ่ายทอดสู่ภาคการเกษตรของไทยในอนาคตทั้งแก่เกษตรกรไทยเองและภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนปลูกพืชผักทางการเกษตรให้ประเทศไทยเป็นแหล่งพืชผักที่มีคุณภาพมีมูลค่าที่สูงขึ้น” ดร.เฉลิมพล กล่าว

ปัจจุบันมีการลงทุนการผลิตพืชในระบบ Plants Factory ในอัตราก้าวกระโดดโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นแบบของการผลิตพืชในโรงงานผลิตพืช ประเทศสหรัฐอเมริกาและในประเทศยุโรป และมีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลก สำหรับค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาทต่อตารางเมตร คาดว่าการสร้างโรงงานผลิตพืชแห่งนี้จะสามารถถอดองค์ประกอบการเรียนรู้ ถ่ายทอดการเรียนรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายการให้คำปรึกษา การร่วมลงทุนเป็นเทคโนโลยีพร้อมใช้ให้แก่ภาครัฐ เอกชนและประชาชนเกษตรกรทั่วไปให้มีทิศทางในการปลูกพืชผักที่สร้างมูลค่า มีคุณภาพดีกว่าให้ภาคการผลิตการเกษตรไปเดาทิศทางตลาดการค้าในตลาดโลกอย่างที่ทำกันอยู่ นับเป็นการทำการเกษตรแบบมีองค์ความรู้

ในอนาคตอาจจะมีการกำหนดโซนนิ่งในการเพาะปลูกตามเขตจังหวัดที่มีศักยภาพในการปลูกพืชที่สร้างรายได้ พืชเศรษฐกิจประจำท้องถิ่นเพื่อไม่ให้เกิดพืชผักล้นตลาดฉุดราคาตกต่ำ หรือกำหนดการปลูกโซนนิ่งให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเฉพาะชนิด พืชหายากที่ควรอนุรักษ์ไว้สำหรับให้ศึกษา เป็นต้น โดยคาดว่าองค์ความรู้ทั้งหมดนี้จะสามารถถ่ายทอดให้ทุก ๆภาคส่วนในประเทศไทยได้ภายใน 5 ปี ส่วนการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะคืนทุนภายใน 2-3 ปี

Main


ข่าวใหม่

•  จับตาการพัฒนาแหลมฉบังสู่ Smart City สอดรับนโยบาย EEC  [18 เม.ย. 2562]

•  ราชบุรีโฮลดิ้ง เปลี่ยนชื่อเป็น “บมจ. ราช กรุ๊ป ” มุ่งสู่บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในเอเชียแปซิฟิก [18 เม.ย. 2562]

•  “ศ.ดร.สุชัชวีร์” ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิศวกร สมัยที่ 7  [12 เม.ย. 2562]

•  อีริคสันจับมือยูเนสโก้พัฒนาทักษะ AI ให้เยาวชนในงาน “Mobile Learning Week 2019” [12 เม.ย. 2562]

•  นักดาราศาสตร์เผยภาพ “หลุมดำ” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ  [11 เม.ย. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260