พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันจันทร์ที่1
เมษายน 2562

» นักวิจัยมช.ชี้ PM2.5 ต้นเหตุให้โลกร้อนมากขึ้น ส่งผลให้ DNA ปอดอุดตันเรื้อรังแตกหักกว่าปกติ 200 เท่า


นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุผู้ป่วยโรคปอดอุดตันเรื้อรังในจังหวัดเชียงใหม่ มีการแตกหักของดีเอ็นเอสูงกว่าปกติ 200 เท่า ขณะที่อีกงานวิจัยชี้ PM2.5 ส่งผลโลกร้อนมากขึ้นกระทบกันเป็นลูกโซ่ เดินหน้าจับมือ 3 มหาวิทยาลัยชื่อดังในจีนทำวิจัยร่วมกัน หวังตอบโจทย์ปัญหามากขึ้น

ผศ. ดร.กลิ่นเทียน วรรณภักตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการการศึกษาการแตกหักของดีเอ็นเอในผู้ป่วยโรคปอดอุดตันเรื้อรังในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงที่มีมลพิษทางอากาศสูงและต่ำ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า หลังจากได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของปอด และความถี่ของการเกิดการแตกหักของดีเอ็นเอในเยื่อบุกระพุ้งแก้ม โดยเปรียบเทียบอัตราการแตกหักของดีเอ็นเอในช่วงที่มีมลพิษทางอากาศสูง ค่า PM10 สูงเกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร กับช่วงที่มีมลพิษทางอากาศต่ำ ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ในกลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจำนวน 58 คน และอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 26 คน ซึ่งอาศัยในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีระดับฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน จะมีอัตราการแตกหักของดีเอ็นเอสูงกว่าช่วงเดือนสิงหาคม

ทั้งนี้คนไข้ที่ป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะมีความไวต่อพิษฝุ่นมากกว่ากลุ่มอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยอัตราการแตกหักของดีเอ็นเอในคนไข้กลุ่มนี้จะสูงกว่าคนปกติถึง 200 เท่า ถึงแม้การแตกหักของดีเอ็นเอจะสามารถซ่อมแซมได้ แต่กระบวนการซ่อมแซมต้องอาศัยเวลา ซึ่งหากสัมผัสฝุ่นพิษซ้ำ ๆ ร่างกายทำการซ่อมแซมไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้องรัง อาจส่งผลให้มีการทำลายเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความรุนแรงของโรค และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในอนาคต

ขณะที่ ดร.ทิพวรรณ ประภามณฑล หัวหน้าโครงการ “ผลกระทบร่วมของคุณลักษณะทางเคมีของฝุ่นละอองขนาดเล็ก สภาพภูมิอากาศ และผลต่อสุขภาพ จากการปลดปล่อยการเผาชีวมวลในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย” จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าปัจจุบันสภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งความร้อน อุณหภูมิ และความชื้น ที่เห็นได้ชัดเจนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีแก๊สต่าง ๆ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งแก๊สเหล่านี้จะช่วยกันผสมโรงทำให้เกิดความเป็นพิษด้วย เมื่อทั้งสองส่วนทำปฏิกิริยากัน ทำให้เกิดความรุนแรงของความเป็นพิษในมลพิษทางอากาศมากขึ้น องค์ประกอบทางเคมีที่อยู่บนฝุ่น PM2.5 สามารถนำสารที่เกาะอยู่บนตัวฝุ่นเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า และลึกกว่า ในปริมาณความเข้มข้นเท่ากับ PM10 โดย PM2.5 จะมีพื้นผิวเยอะกว่าในน้ำหนักที่เท่ากัน เช่น 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ทำให้เรามีความกังวลเรื่องผลกระทบทางสุขภาพจากการสัมผัสฝุ่นจิ๋ว PM2.5 หรือฝุ่นที่เล็กกว่า ไม่ว่าจะเป็น PM1 หรือ PM0.1 (ฝุ่นนาโน) ที่จะเข้าไปในร่างกายลึกมากขึ้นไปอีก

“โลกร้อนจะทำให้ใบไม้แห้งและมีโอกาสเกิดการเผาไหม้มากขึ้น ในทำนองเดียวกันการเผาไหม้ทำให้เกิดสารสู่ชั้นบรรยากาศที่จะดูดซับทำให้เกิดโลกร้อนมากขึ้น เป็นตัวเสริมซึ่งกันและกัน เมื่ออากาศร้อนและเปิดแอร์มากขึ้น ปล่อยความร้อนสู่บรรยากาศมากขึ้น พืชแห้งแล้งมากขึ้น บวกกับอากาศแห้งมาก ๆ จึงเกิดไฟป่า เป็นผลกระทบลูกโซ่ นอกจากนี้พืชที่อยู่ในสภาพอากาศแห้งแล้งมาก ๆ จะต่อสู้ด้วยการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยในชั้นบรรยากาศ ทำให้มนุษย์ได้รับผลกระทบ ซึ่งสารดังกล่าวนักวิจัย”กำลังให้ความสนใจกันมาก” ดร.ทิพวรรณ กล่าว

ปัจจุบัน ดร.ทิพวรรณกำลังทำวิจัยภายใต้ความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัยในประเทศสาธารณรัฐประชาจีน ประกอบด้วย งานวิจัยต้นกำเนิดการเกิดมลพิษร่วมกับมหาวิทยาลัยนานจิง โดยจะส่งตัวอย่างตัวอย่างฝุ่น PM2.5 และแก๊สมลพิษทางอากาศใน 6 พื้นที่ ในจังหวัดเชียงใหม่ และแก๊สมลพิษทางอากาศ ไปทำการวิเคราะห์หาปริมาณองค์ประกอบทางเคมีที่ถูกปลดปล่อยจากการเผาชีวมวลและการจราจร รวมถึงงานวิจัยผลกระทบทางสุขภาพร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เพื่อวิเคราะห์สารที่เข้าสู่ร่างกายในเชิงลึก และงานวิจัยด้านผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับมหาวิทยาลัยชิงหัว โดยสร้างแบบจำลองจากข้อมูลปฐมภูมิจากสารเคมีในฝุ่นและผลกระทบเชิงสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตอบโจทย์ปัญหาได้มากยิ่งขึ้น

Main


ข่าวใหม่

•  สกพอ. ร่วม Paris Air Show 2019 หารือความพร้อมอุตสาหกรรมอากาศยานของไทย [25 มิ.ย. 2562]

•  RICOH เตรียมย้ายฐานการผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันจากจีนมาไทยใน 2 เดือนข้างหน้า [24 มิ.ย. 2562]

•  PERM ทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท ลงทุนโครงการ Empower ผลิตเหล็กเคลือบสีเทคโนโลลยีทันสมัย ทดแทนการนำเข้า  [24 มิ.ย. 2562]

•  อีสท์ วอเตอร์ สานต่อโครงการบำรุงรักษาระบบประปาชุมชน จับมืออาชีวศึกษาภาคตะวันออก สู่ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้านน้ำ [24 มิ.ย. 2562]

•  นักศึกษาม.เอเชียอาคเนย์ สร้างชื่อให้มหาวิทยาลัยฯ ชนะเลิศการแข่งขัน Digital Literacy มาตรฐานสากล ICDL 3 ปีซ้อน [24 มิ.ย. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260