พบกับ Engineering Today ปี 2561 โฉมใหม่ ทันสมัยด้วยเนื้อหาก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมจัดเต็มเนื้อหา 4 สี และ 2 สีทั้งเล่ม และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่อัพเดททุกวันได้ที่ FB: Engineering Today
วันอังคารที่11
มิถุนายน 2562

» สวทช. ร่วมทุนวิจัยและพัฒนายานพาหนะสมัยใหม่ เดินหน้าสร้างโรงงานผลิตเรือ -Mini Bus อลูมิเนียมฝีมือคนไทย


กรุงเทพฯ -10 มิถุนายน 2562 : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามกับ วีรพลน์ เตชะผาสุกสันติ บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด (SAKUN C) นำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท โชคนำชัย และวีระพล ไชยธีรัตต์ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT ในการร่วมทุนในกิจการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่การผลิตยานพาหนะสมัยใหม่แบบครบวงจร (Modern Transportation) เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะสมัยใหม่แบบครบวงจรตามนโยบาย Thailand 4.0 ชูวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน. เดินหน้าผลักดันให้ทีมงานคนไทยสร้างโรงงานผลิตเรือและรถโดยสารขนาดเล็กจากอลูมิเนียมในระดับอุตสาหกรรมขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า กลไกการร่วมลงทุน เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิดการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ตามนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งกำหนดการวิจัยและนวัตกรรมขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) โดย สวทช. ร่วมมือเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด

สำหรับการร่วมลงทุนในบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศ โดยทีมงานคนไทยสร้างโรงงานผลิตเรือและรถโดยสารขนาดเล็กจากอลูมิเนียมในระดับอุตสาหกรรมขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ยังตอบโจทย์การเพิ่มความเข้มแข็งของประเทศ เปลี่ยนจากผู้นำเข้าเป็นผู้พัฒนาเพื่อใช้เอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเรือในปัจจุบันเป็นการนำเข้า หรือประกอบโดยอู่ต่อเรือที่ต้องใช้เวลาในการผลิตค่อนข้างนาน ต้นทุนสูง และในส่วนของรถโดยสารขนาดเล็กก็เป็นการนำเข้าเช่นกัน อีกทั้งยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศอีกด้วย

นอกจากสวทช. จะให้บริการสนับสนุนบริษัทฯ ทั้งในด้านการออกแบบโครงสร้าง และวิเคราะห์ทดสอบความแข็งแรงของรถบัสและเรืออลูมีเนียม รวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติเรืออลูมีเนียมรุ่น F190 เพื่อขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้ว การร่วมลงทุนในครั้งนี้เป็นการผลักดันงานวิจัย และพัฒนาจากนักวิจัยไปสู่ภาคเอกชนต่อยอดผลิตภัณฑ์ยกระดับประเทศให้เป็นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างอุตสาหกรรมยานพาหนะให้เป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย วทน. สร้างรายได้ลดการนำเข้าอย่างยั่งยืนต่อไป

วีรพลน์ เตชะผาสุขสันติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีแม่พิมพ์และชิ้นส่วนรถยนต์ กล่าวว่า การร่วมมือกับ สวทช. ครั้งนี้ เป็นการพัฒนางานนวัตกรรมยานพาหนะสมัยใหม่ (Modern Vehicle) โดยใช้วัสดุอลูมิเนียม ซึ่งมีโครงสร้างเบา (Light Weight Structure ) ทำให้มีความปลอดภัย เนื่องจากวัสดุอลูมิเนียมจะมีความแข็งกว่าเหล็กทั่วไปมากกว่า 2 เท่า ส่วนใหญ่ใช้ผลิต Super Car อีกทั้งการบำรุงรักษาต่ำ

กลุ่มบริษัทของเรา ได้พัฒนาจนมีเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรม พัฒนาแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ และ Knowhow การขึ้นรูปโลหะชั้นสูง ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากหลายค่ายรถชั้นนำ เนื่องจากต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานยานพาหนะทางน้ำ บริษัทฯ จึงได้พัฒนาการออกแบบและกระบวนการผลิตเรือ และเริ่มผลิตเรืออลูมิเนียมแบบต่าง ๆ ในปีพ.ศ.2559 พร้อมวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ภายใต้แบรนด์ SAKUN C ซึ่งเป็นแบรนด์ของคนไทยในปีพ.ศ.2560 มีทั้งเรืออลูมิเนียม Speed Boat เรืออเนกประสงค์ รูปทรงสปอร์ต เรือตรวจการณ์ โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นเรือโดยสารทะเล สำหรับเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ

“เรามีวิศวกรประมาณ 50 คน มีเทคโนโลยี วัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย มีโรงผลิตชิ้นส่วน และโรงงานประกอบ รวมทั้งระยะเวลาในการผลิตที่สั้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ผลจากการพัฒนากระบวนการพัฒนาการผลิต ทั้งการออกแบบและพัฒนาตามหลัก CAD/CAM/CAE เลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ เทคโนโลยีการขึ้นรูป การประกอบที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลและระบบการควบคุมคุณภาพ ทำให้ต้นทุนต่ำ สามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์ แม้ว่าอลูมิเนียมจะมีราคาแพงกว่า 2-3 เท่า

วีรพลน์ กล่าวว่า ในช่วงปลายปีนี้ จะผลิต Mini Bus อลูมิเนียม จำนวน 20 ที่นั่ง ซึ่งจะใช้แทนรถตู้ตามที่รัฐบาลกำหนด ขณะนี้มียอดจอง 200 คัน โดยบริษัทฯ มีกำลังการผลิต Mini Bus 300 คัน/เดือน ในอนาคตยังมีโครงการที่จะเตรียมทำต่ออีกหลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาเรือเรือไฟฟ้า เรืออัจฉริยะ การนำใช้ระบบอัจฉริยะต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย เช่น การใช้ Digital IoT (Internet of Things) Technology สำหรับเชื่อมต่อสิ่งต่าง ๆ รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรม และการใช้งานเพื่อรองรับ AI เป็น Smart System และเรือ Unman ซึ่งคาดว่าจะจำหน่ายในเชิงพาณิชย์อีกประมาณ 2 ปี ในส่วนของรถไฟฟ้า (EV) คาดว่าจะผลิตออกมาในปีพ.ศ.2564-2565 โดยมีพาร์ทเนอร์ร่วมพัฒนาระบบบไฟฟ้า

นำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัย และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น Top 5 ในภูมิภาคเอเชียที่ผลิตแม่พิมพ์สำหรับผลิตตัวถังรถยนต์ได้ทุกชิ้นส่วน ส่งตรงบริษัทชั้นนำมากมายทั่วโลก ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี และมีผลงานการค้นคว้าวิจัยด้านเทคโนโลยีที่บริษัทได้คิดค้นขึ้น ทางด้าน Advanced Material และเทคโนโลยีการขึ้นรูป นับเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น จนทัดเทียมกับระดับสากล สามารถต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจไทย นำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคม และเพื่อการต่อยอดนวัตกรรมให้มีคุณภาพมากขึ้น

“การร่วมมือกับ สวทช. ในครั้งนี้ จะนำองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการพัฒนาของบริษัท ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตเรืออลูมิเนียม โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการคำนวณทางพลศาสตร์ของไหล หรือ CFD (Computational Fluid Dynamics) ช่วยในการจำลองสภาวะการใช้งานและศึกษาความสัมพันธ์ ตลอดจนผลกระทบจากการไหลของน้ำที่มีต่อโครงสร้างเรือ ที่สำคัญ สวทช. ยังช่วยวิจัยเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสารตัวถังอลูมิเนียม ซึ่งผลดังกล่าวสามารถนำมาใช้ลดน้ำหนักของโครงสร้างให้มีน้ำหนักเบายิ่งขึ้น และมีความแข็งแรงตามมาตรฐานสากล ซึ่งความรู้ตัวนี้จะช่วยในการลดน้ำหนักและต้นทุนผลิต อีกทั้งเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในรถโดยสารไฟฟ้าในอนาคต สร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมของประเทศได้โดยตรง” นำชัย กล่าว

วีระพล ไชยธีรัตต์ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT กล่าวว่า การร่วมมือระหว่างสวทช.กับ SAKUN C ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CWT ในครั้งนี้จะสร้างผลประโยชน์ให้กับวงการเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมไทยเป็นอย่างมาก รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตนวัตกรรม และพัฒนากระบวนการผลิตโดยระบบ Automation ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงร่วมกันวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบ ยานยนต์สมัยใหม่ โดยใช้โครงสร้างน้ำหนักเบา และขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ตอบรับยุค Thailand 4.0 อย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการวิจัย ด้านการพัฒนา และด้านการบริหารองค์ความรู้ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากรในองค์กร เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีโดยคนไทยต่อไป

ในโอกาสนี้ บริษัท SAKUN C พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัทแม่ ได้นำผู้บริหารสวทช. แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนสื่อมวลชนล่องเรือโดยสารอลูมิเนียมรุ่น F180 ขนาด 18 เมตร ความจุ120 ที่นั่ง ซึ่งมีน้ำหนักน้อยกว่าเรือทั่วไป 15 กก. โดยเรือรุ่นดังกล่าว บริษัท เจ้าพระยา ริเวอร์ไลน์ จำกัด ได้จัดซื้อแล้วทั้งหมด 4 ลำ เพื่อใช้ในกิจการท่องเที่ยว

Main


ข่าวใหม่

•  PERM ทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท ลงทุนโครงการ Empower ผลิตเหล็กเคลือบสีเทคโนโลลยีทันสมัย ทดแทนการนำเข้า  [24 มิ.ย. 2562]

•  อีสท์ วอเตอร์ สานต่อโครงการบำรุงรักษาระบบประปาชุมชน จับมืออาชีวศึกษาภาคตะวันออก สู่ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้านน้ำ [24 มิ.ย. 2562]

•  นักศึกษาม.เอเชียอาคเนย์ สร้างชื่อให้มหาวิทยาลัยฯ ชนะเลิศการแข่งขัน Digital Literacy มาตรฐานสากล ICDL 3 ปีซ้อน [24 มิ.ย. 2562]

•  DGA ชี้พ.ร.บ. รัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. 2562 เชื่อมโยง โปร่งใส ปลอดภัยธรรมาภิบาลข้อมูล [24 มิ.ย. 2562]

•  RICOH เตรียมย้ายฐานการผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันจากจีนมาไทยใน 2 เดือนข้างหน้า [24 มิ.ย. 2562]


Engineering Today :

วารสารรายสองเดือนเพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรม
พร้อมเสิร์ฟสาระความรู้และข่าวสารที่ทันสมัย
ผ่านเว็บไซต์ www.engineeringtoday.net
ตอบโจทย์การบริโภคข้อมูลข่าวสารในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

Contact

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด
471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400

E-mail : webmaster@engineeringtoday.net
Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649
Fax. 0-2640-4260